จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลา 16.58 น. วันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างแสงธรรม อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ บริเวณถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 122+600 ใกล้ปากทางกุดจิก ตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จึงเร่งรุดไปตรวจสอบพร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน อัดติดกับต้นไม้ข้างทาง ภายในรถมีผู้บาดเจ็บติดคาซากรวม 3 ราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดซากรถเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประสบเหตุเป็นครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ นายชูเกียร อายุ 36 ปี คนขับรถ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจ (CPR) ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลสูงเนิน แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่นางสาวหทัยรัตน์ อายุ 32 ปี เสียชีวิตคาที่ภายในรถ ส่วนเด็กอายุ 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและรอดชีวิต
ระหว่างการช่วยเหลือ เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก ได้ถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วยความหวาดกลัวว่า “พ่อกับแม่หนูเสียชีวิตหรือยัง แล้วหนูจะเสียชีวิตไหม” สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปลอบขวัญจนสามารถนำตัวเด็กออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย
เบื้องต้นทราบว่าครอบครัวดังกล่าวเดินทางมาจากตัวเมืองนครราชสีมา กำลังมุ่งหน้าไปทำงานที่บริษัทในพื้นที่อำเภอสูงเนิน แต่ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้ถนนลื่น รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางอย่างรุนแรง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป พร้อมเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงฝนตกให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และเปิดไฟส่องสว่าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
วันนี้ 1 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดสุขาวดี ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ สองสามีภรรยาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งและได้รับการเปิดเผยจากนางสาวเก๋ พี่สาวนายชูเกียรติ เล่าว่า อาการบาดเจ็บของหลานสาวอายุ 5 ขวบ ไม่ได้เป็นอะไรมากแค่เจ็บเป็นแผลที่ข้อเท้าเล็กน้อย ขณะนี้น้องอยู่กับปู่และย่าในหมู่บ้านไม่ค่อยได้ออกมาที่งานศพมากนักเพราะไม่อยากให้น้องเสียใจไปมากกว่านี้ เดิมส่วนใหญ่น้องจะอยู่กับปู่และย่าเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดเนื่องจากพี่ชายและพี่สะใภ้ต้องไปทำงาน
ส่วนกรณีที่น้องพูดในคลิปหลังเกิดเหตุว่าอยากได้คนเลี้ยงดูเป็นลูกนั้นน่าจะเป็นอาการตกใจกลัวหลังเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ความจริงแล้วน้องมีปู่ ย่า น้า อาและญาติๆ ดูแลอย่างดีและบ้านก็อยู่ในระแวกเดียวกันไม่ต้องเป็นห่วง และทางญาติไม่ได้เปิดรับบริจาคใดๆทั้งสิ้นและวอนผู้ไม่หวังดีอย่าเอาเหตุการณ์นี้ไปเป็นช่องทางหลอกลวงขอรับเงินบริจาคใดๆ ถ้าใครพบเห็นก็อย่าได้หลงเชื่ออย่างเด็ดขาดเพราะเกรงว่าจะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
สำหรับพิธีฌาปนกิจศพพี่ชายและพี่สะใภ้ จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.นี้ ทางด้านนายจักรกฤษณ์ กิ่งโคกกรวด หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างแสงธรรมสูงเนินกล่าวว่าได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนอัดกับต้นไม้และมีผู้โดยสารติดอยู่ภายใน 3 ราย จึงรีบนำอุปกรณ์ตัดถ่างไปให้การช่วยเหลือ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุสภาพรถชนอัดก๊อปปี้กับต้นไม้พังยับเยินและพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถเป็นหญิง 1 ราย และคนขับเป็นชายชีพจรต่ำมากอาสากู้ภัยจึงได้ช่วยกันใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมาด้วยความระมัดระวังและเมื่อออกจากรถมาได้ทางกู้ชีพ โรงพยาบาลสูงเนินก็ได้ทำการ CPR และรีบนำส่งรพ.และเสียชีวิตในเวลาต่อมาส่วนที่เบาะด้านหลังมีเด็กหญิงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ 1 ราย และน้องยังได้ถามว่าพ่อแม่หนูตายหรือยัง แล้วหนูจะตายมั้ย แล้วหนูจะอยู่กับใคร ให้พี่รับหนูไปเลี้ยงเป็นลูกได้มั้ย เป็นที่สะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก อาสากู้ภัยจึงได้พูดปลอบใจเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของน้องและเร่งนำร่างน้องออกมานำส่งโรงพยาบาลดังกล่าวซึ่งน้องได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
นายจักรกฤษณ์ฯกล่าวอีกว่า จนถึงวันนี้มีคนประสงค์จะนำน้องไปอุปการะเลี้ยงดูทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่เห็นคลิปเผยแพร่ทางสื่อและโซเชียลได้ติดต่อมายังมูลนิธิสว่างแสงธรรมสูงเนินหลายราย ทางมูลนิธิจึงได้แจ้งกลับไปว่าเรื่องนี้ก็อยู่กับการตัดสินใจของญาติผู้เสียชีวิต