หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแอฟริกาใต้มีแนวโน้มเลวร้ายลง ทำให้ภาครัฐตัดสินใจประกาศใช้มาตรการใหม่เพื่อสกัดโควิด-19 มีผลบังคับใช้จนถึง 15 สิงหาคม
โดยมาตรการที่ประกาศใช้ใหม่นี้ ประกอบด้วย การกำหนดเคอร์ฟิวในช่วงเวลากลางคืนเริ่มใช้ตั้งแต่คืนนี้ (13 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่าง 21.00-04.00 น.
นอกจากนี้ ยังบังคับให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกมาในที่สาธารณะ ทั้งสถานที่ทำงาน บนพาหนะขนส่งสาธารณะ และพื้นที่ปิดทั่วไป
ที่สำคัญ รัฐบาลยังกลับมาสั่งห้ามร้านค้าต่าง ๆ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกครั้ง หลังเคยสั่งไปแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้
ประธานาธิบดี ไซริล รามาโฟซา (Cyril Ramaphosa) กล่าวว่า การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครั้งที่ 2 ของแอฟริกาใต้ จะช่วยลดความกดดันของระบบการดูแลสุขภาพของประเทศได้
โดยประธานาธิบดีรามาโฟซาอธิบายว่า หากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ปริมาณการบาดเจ็บของผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ ทั้งที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ และจากโรคที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้โรงพยาบาลมีเตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 มากขึ้น
รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้เตรียมเตียงในโรงพยาบาลกว่า 28,000 เตียงรองรับผู้ป่วยโควิด -19 แต่ประธานาธิบดีรามาโฟซาเผยว่า ประเทศยังคงประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 12,000 คน รวมถึงพยาบาล แพทย์ และนักกายภาพบำบัด
คำสั่งห้ามดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกประกาศใช้อีกครั้ง เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังสั่งห้ามมานาน 3 เดือน
แพทย์และตำรวจกล่าวว่า การสั่งห้ามดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครั้งก่อนทำให้จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยเรื้อรังเข้าโรงพยาบาลลดลงอย่างมาก
“มีผู้คนจำนวนมากพากันไปจัดงานปาร์ตี้ดื่มเหล้า และบางคนก็เดินไปรอบ ๆ พื้นที่ที่แออัดโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย” ประธานาธิบดีกล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศหลังผ่อนคลายมาตรการ
ปัจจุบัน จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในแอฟริกาใต้อยู่ที่ 276,242 เสียชีวิต 4,079 ราย โดยรัฐบาลแอฟริกาใต้คาดการณ์ว่า หากไม่ทำอะไร จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 รายภายในสิ้นปีนี้
ชายในนิวซีแลนด์หลบหนีการกักกันโควิด -19 เพื่อ “ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”
ตำรวจอังกฤษเผย “คนเมา” ไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมป้องกันโควิด-19 ได้
เรียบเรียงจาก Aljazeera, BBC