นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.63) ระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการออกคำสั่งบังคับให้ชาวอเมริกันทั่วประเทศสวมหน้ากากอนามัย เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ประชาชนควรมีอิสระระดับหนึ่ง
โดยคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่ นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ เรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐและผู้นำท้องถิ่นดำเนินมาตรการที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ประชาชนสวมหน้ากาก
ขณะที่สัปดาห์นี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเรียกร้องให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย การสวมสิ่งปิดคลุมใบหน้ากลายเป็นประเด็นการเมืองรุนแรงในสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมา ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่การระเบิดเริ่มต้นขึ้น โดยอ้างว่าตนสุขภาพแข็งแรงดี และได้รับการตรวจหาเชื้อหลายครั้ง ซึ่งผลเป็นลบมาตลอด จนเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ทรัมป์ ได้ปรากฏตัวโดยสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะครั้งแรก ระหว่างไปตรวจเยี่ยมศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์รี้ดในรัฐแมรีแลนด์
ด้านผู้ว่าการรัฐส่วนใหญ่ตอนนี้ได้ออกคำสั่งบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่ออยู่ข้างนอก ซึ่งรวมถึงผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยการออกคำสั่งดังกล่าว
ทั้งนี้สหรัฐอเมริกา ยังคงทำลายสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง หลังพบผู้ป่วยเพิ่ม 77,638 คน ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,647,715
Photo : ALEX EDELMAN / AFP