ภาพที่บันทึกได้ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ เวลาประมาณ 2 ทุ่ม 3 นาที ชายเสื้อเหลือเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ของ รพ.วิภาราม ชัยปราการเป็นคนแรก แม้จะพ้นมุมกล้องไปแล้วแต่ก็สามารถวินาทีเห็นนาทีที่ชายคนนี้เงื้อหมัดกระแทกเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ที่อยู่มุมขวาสุดของภาพเข้าอย่างแรง ขณะที่ชายผมเกรียนที่เดินตามหลังมาก็ชกเข้าไปยังเจ้าหน้าที่อีกคนซึ่งอยู่ตรงมุมด้านล่างของภาพ จากนั้นชายเสื้อเหลืองก็ตามเข้ามาซ้ำอีกหนึ่ง เพราะไม่พอใจ ที่แพทย์ยื้อชีวิต นายรัชต์พงษ์ วาสนา หรือนายคิว ซึ่งเป็นเพื่อนตนเองไว้ไม่ได้
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งอยู่ในที่เหตุ เล่าเหตุการณ์ว่า เวลาประมาณ 18.25 คนเจ็บถูกนำตัวซ้อนท้ายมอเตอร์ซค์มาส่ง ที่ห้องฉุกเฉิน ไม่มีสัญญาณชีพ หน้า มือ เท้า ซีดหมดแล้ว โดยถูกแทงที่หน้าอกด้านขวา เจ้าหน้าที่ทำ CPR ให้ตั้งแต่แรก ใส่สายระบายเลือดออกจากปอด และแจ้งอาการเบื้องต้นกับญาติ ชายกลุ่มนี้เดินตามญาติผู้ตายเข้ามา และโวยวายว่าใครว่าเพื่อนของเขาเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาลแล้วก็ชกไปที่หมอ เจ้าหน้าที่ที่กำลังปั๊มหัวใจต้องช่วยกันพาคุณหมอหลบไปที่แผนกเอ๊กซเรย์ที่อยู่ใกล้กันแล้วเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาระงับเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตทำ CPR นานถึง 2 ซั่วโมง 25 นาที ก็ส่งร่างไปยังนิติเวช
วันนี้ในการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ของห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ เล่าว่าหลังจากที่คุณหมอถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บแล้ว เธอก็ยังกลับมาทำหน้าที่ช่วยชีวิตคนเจ็บจนถึงนาทีสุดท้าย
หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทำร้ายคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.วิภารามชัยปราการ แล้วเพื่อนผู้ตายอีกส่วนหนึ่งก็พากันยกพวก เฮโลไปบุก รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้า หวังทำร้ายร่างกาย คู่อริที่แทงเพื่อนตาย
โดยในคลิปต่อมา เป็นภาพขณะที่ชายกลุ่มนี้ขี่รถจักรยานยนต์ มาที่ โรงพยาบาล เมืองสมุทรปู่เจ้า จังหวัดสมุทรปราการ เข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน และได้เข้าทำร้ายร่างกายวัยรุ่นอีกกลุ่ม ที่มาเฝ้าอาการบาดเจ็บของเพื่อนที่ถูกทำร้ายร่างกาย แต่แพทย์ส่งตัวขึ้นไปห้องพักฟื้น ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจขวางปาสิ่งของใส่กัน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ จนโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย
วันนี้ที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้สมุทรปราการ ชายที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายคุณหมอในโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ เข้ามามอบตัวเเล้ว เช่นเดียวกับกลุ่มวัยรุ่นที่บุกเข้าไปจะทำร้ายร่างกายคู่อริที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯเครื่องมือแพทย์ได้รับความเสียหาย
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า ทางคดีว่า เหตุการณ์นี้ ได้แบ่งออกเป็น 3 คดี โดยในคดีแรก เหตุชุลมุนต่อสู้กัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยโรงเหล็ก มีผู้ต้องหา 13 คน คดีที่สอง เหตุร่วมกันบุกรุก รพ.วิภารามชัยปราการ และ ทำร้ายร่างกายบุคคลกรทางการแพทย์ มีผู้ต้องหา 2 คน และ คดีที่สาม เหตุร่วมกันบุกรุก รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแก่กายและจิตใจ มีผู้ต้องหา 15 คน
วันนี้ต้องบอกว่าทัวร์ลงเฟซบุ๊กอย่างหนัก มีคนเข้าไปประณามการกระทำตลอดทั้งวัน รวมถึงคนที่สนับสนุนพฤติกรรมของโจ๋กลุ่มนี้ ก็โดนกระหน่ำเช่นเดียวกัน และบังเอิญมีชาวเน็ตตาไว เมื่อเข้าไปส่องในเพจคนที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนก็พบว่า บางคนก็เคยมีพฤกรรมก่อเหตุวิวาททำร้ายร่างกายในโรงพยาบาลมาแล้วเช่นกัน และโดนถล่มจนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี
ในการแถลงข่าว ของ พล.อ.ท. นพ. ชูพันธ์ ชาญสมร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รพ.วิภาราม ชัยปราการ ยืนยันว่าทีมแพทย์รักษาคนเจ็บถูกแทงอย่างสุดความสามารถ เเม้จะเสียชีวิตก่อนถึงมือหมอ ซึ่งคุณหมอเองตอนนี้สภาพจิตใจก็ยังไม่ดี ไม่กล้าเข้ามาที่โรงพยาบาล พร้อมกันนี้ก็ต้องเอกซ์เรย์ให้ชัดก่อน แล้วค่อยกลับมาทำงาน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดำเนินทั้งทางคดีอาญาและแพ่งเพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาเตือนคนที่ก่อเหตุในลัษณะนี้พร้อมกับยกตัวอย่างบทลงโทษสถานหนัก ไว้ว่า “โรงพยาบาล เป็นสถานที่กู้ชีพฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย พฤติกรรมใหญ่โต ทำร้ายทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่สุด ทั้งนี้ กล้องและพยานบุคคลต่างๆ จะเป็นหลักฐานเอาผิดกลุ่มวัยรุ่นทุกคนที่กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อัยการจะพิจารณาบรรยายฟ้องถึงพฤติกรรมที่ท้าทายกฎหมาย ซึ่งจะขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หรือฟ้องขอให้เพิ่มโทษ หากมีประวัติเก่ามาแล้ว นอกเหนือจากคดีอาญาแล้ว ยังถูกฟ้องในคดีแพ่ง 1 เรียกค่าสินไหมทดแทนด้วย”
ทั้งนี้เหตุการณ์ทีเกิดขึ้น กับโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งในจังหวัดสมุทรปราการ มีการกระทำต่อบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง คดีจำพวกนี้ ศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญามาแล้ว ซึ่งคดีล่าสุด เป็นกรณีเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ศาลจังหวัดอ่างทอง พิพากษาจำคุก วัยรุ่น 9 คน ที่ตามมาทำร้ายกันภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล จนอุปกรณ์ทางการแพทย์เสียหาย ในคดีนั้น ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน จำเลยในคดี รับสารภาพ ลดโทษเหลือ 3 เดือนพฤติการณ์ร้ายแรงไม่ยำเกรงกฎหมาย ศาลจึงไม่รอลงอาญา