จากเหตุการณ์ยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2563 เวลา 20.00 น. นำไปสู่การที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา นำคลิปข้อสั่งการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นความลับของราชการ และส่งผลต่อภาพลักษณ์ ทำให้ราชการเสียหาย ทำให้ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกนายกฯสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบ จากนั้นพบมูลความผิดทั้งทางวินัยและอาญา
เมื่อสั่งกลับให้มาปฏิบัติหน้าที่เดิม ก็ถูก ผบ.ตร.สั่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดี และสั่งสำรองราชการในเวลาต่อมา
วันนี้ 10 ส.ค. 2563 พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า การสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง หลังคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ พล.ต.อ.ชนสิษฐ์ รับผิดชอบ ชี้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง กรณีปล่อยคลิปเสียงสนทนาฯ จึงเสนอความเห็นให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ส่งตัว พล.ต.อ.วิระชัย กลับมาดำเนินการสอบสวนตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยรายแรง และมีความเห็นให้ทีมกฏหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม
พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ ระบุว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จใช้เวลาสอบสวนกรณีนี้ เป็นเวลา 180 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ พล.ต.อ.วิระชัย สามารถยื่นคำร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมได้ ส่วนการที่ พล.ต.อ.วิระชัย ยื่นร้องทุกข์ต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับการร้องทุกข์ที่มี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ก็สามารถทำได้ และหากไม่พบความผิด ก็เข้ามาดำรงตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เหมือนเดิม แต่ไม่ขอออกความเห็นว่า ยังมีสิทธิเป็นแคนดิเดต ผบ.ตร. หรือไม่