วันนี้ 10 ส.ค. 2563 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แฉว่า มีแก๊งตบทรัพย์ในคณะอนุกรรมธิการผ่านงบประมาณปี2564 โทรมาเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณของหน่วยงาน เบื้องต้นได้พูดคุยกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้ว และสั่งให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบพยานหลักฐานรายงานเข้ามาในทางลับ
แต่ส่วนตัวก็รู้สึกแปลกใจ และคิดว่าอาจจะเป็นเพียงเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาด หรือเข้าใจผิด เพราะตลอดการทำงานหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์เรียกรับเงินลักษณะนี้มาก่อน
นายจตุพร ยังระบุด้วยว่า เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีกรมอื่นถูกรีดไถเงินเพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณ นอกจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลตามที่ปรากฎในข่าวซึ่งหากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด ก็จะส่งเรื่องไปให้หน่วยงานนั้นดำเนินการต่อ
โดยงบประมาณที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขอไปนั้นอยู่ที่ราว 1,200 ล้านบาท ซึ่งจากการประชุม กมธ.เบื้องต้นพบว่างบประมาณถูกตัดไปแล้วประมาณ 25 ล้านบาท
ส่วนความเคลื่อนไหวของ คณะอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว วันนี้ได้มีการประชุมกันตามปกติ แต่ไม่ได้มีวาระเกี่ยวกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าที่ประชุม
โดยช่วงหนึ่ง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการฯ ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ว่า วันนั้นเธออยู่ในที่ประชุมตลอดเวลา ซึ่งช่วงที่เกิดการโต้แย้งกัน ไม่แน่ใจว่า นายศักดิ์ดา พูดว่าอะไรบ้าง เนื่องจากเสียงภายในห้องค่อนข้างดัง แต่จำได้ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเปรียบเทียบราคางบประมาณขุดเจาะบ่อบาดาล
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับ นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว และเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนที่ นายศักดิ์ดา จะฉุนขาด ได้มีการสอบถามเรื่องงบประมาณที่ใช้ขุดเจาะบ่อบาดาล และมีการเปรียบเทียบเรื่องราคาที่ใช้ในการขุดเจาะก่อนจะเกิดความไม่เข้าใจกัน และเกิดการโต้แย้งขึ้น
ประธานอนุกรรมาธิการ จึงได้สั่งพักการประชุมไว้ชั่วคราวเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายลง แต่เมื่อเริ่มการประชุมอีกครั้ง การโต้แย้งก็ยังเกิดขึ้นซ้ำอีก ก่อนจะได้ยิน นายศักดิ์ดา พูดว่า "มีบันทึกเสียงไว้" ก่อนลุกเดินออกจากห้องไปทันที
ส่วนตัวต้องการให้นายศักดิ์ดา ออกมาพูดความจริงและเปิดเผยว่าใครคือคนเรียกรับเงิน เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม เพราะตอนนี้คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้เสียหายไปทั้งคณะแล้ว
ขณะที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณปี 2564 เปิดเผยว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมชี้แจงกรณีที่อนุกรรมาธิการ ทั้ง 8 คณะถูกมองว่าเป็นแหล่งหาผลประโยชน์ จากข่าวที่เกิดขึ้น
นายสันติ ย้ำว่าคณะอนุกรรมาธิการ ไม่ใช่แหล่งผลประโยชน์อย่างที่ถูกวิจารณ์ เพราะไม่ได้มีอำนาจตัดงบประมาณหน่วยงานใด มีหน้าที่เพียงตรวจสอบเท่านั้น และการตัดสินใจทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการชุดใหญ่เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำตามที่อนุฯ เสนอ
นอกจากประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ 2564 และคณะอนุกรรมาธิการฯ จะออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ยังมี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่บังเอิญผ่านไปเห็นเหตุการณ์ในช่วงที่มีการโต้แย้ง เชื่อว่าเรื่องที่นายศักดิ์ดา อ้างถือว่าค่อนข้างมีมูล เเละเชื่อว่าเรื่องนี้มีการทำเป็นขบวนการ ต้องมีอนุกรรมการ เกินกว่ากึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย จึงคิดว่าไม่ควรให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งสอบกันเอง ส่วนตัวจึงเสนอว่าควรให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นคนตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรง
พร้อมอ้างว่าหลังเกิดเรื่อง มีคณะอนุกรรมาธิการ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และคนที่เคยย้ายจากฝ่ายค้านมาฝ่ายรัฐบาล ขอว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อประชาชนจึงจำเป็นต้องเดินหน้าตรวจสอบไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม
ทั้งนี้ นายเรืองไกร ระบุว่า ต้องการให้นายศักดิ์ดา ออกมาเปิดเผยความจริงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ