ใช้ทำอะไรบ้าง? กางงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท
ใช้ทำอะไรบ้าง? กางงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เอกนิติ แจงสภาฯ ใช้ภาษีประชาชนคุ้มค่า ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชนทุกบาท
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
วาระแรก วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท
วาระแรก วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2569 จำนวน 7.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 7.10 หมื่นล้านบาท รายจ่ายลงทุน 7.89 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1.51 แสนล้านบาท
โดยวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เป็นผู้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2570 ...
เนื่องจากนายอนุทินได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตามเสด็จในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ เพื่อถวายงานและรับพระบรมราโชบาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. - 2 ก.ค. 2569
เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นายเอกนิติ ระบุว่า งบประมาณวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาทนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และข้อจำกัดด้านการคลัง โดยมุ่งเน้นการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงใช้นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยมีการจัดสรรงบประมาณอย่างรอบคอบและมีวินัยทางการคลัง พร้อมตั้งเป้าลดระดับการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่องในระยะกลาง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ ขณะที่ระดับหนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะยังคงขยายตัวได้ แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแรงสนับสนุนหลักจะมาจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ ในการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลยึดหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารภาครัฐ และการให้บริการประชาชน
ตั้งเป้าลดขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ภายในปี 2572
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้ปีงบประมาณ 2570 เป็นงบประมาณแบบขาดดุล โดยตั้งวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 788,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าค่อยๆ ลดการขาดดุลให้เหลือไม่เกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภายในปี 2572 เพื่อฟื้นฟูฐานะการคลังของประเทศ ขณะที่หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ 66.66% ของ GDP ซึ่งยังไม่เกินกรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ 70%
คาดปี 2570 จะขยายตัว 1.7-2.7%
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจ รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2570 จะขยายตัว 1.7-2.7% โดยมีแรงสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ แม้ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลยึดหลัก "5T" ได้แก่ การใช้งบตรงเป้าหมาย (Target) โปร่งใสตรวจสอบได้ (Transparent) ช่วยประเทศผ่านวิกฤต (Transition) ปรับโครงสร้างประเทศด้วยเทคโนโลยีและ AI (Transformation) และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (Together)
มุ่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน
โดย งบประมาณปี 2570 จะมุ่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- การกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน
- การเสริมสร้างความมั่นคงและบทบาทไทยในเวทีโลก
- การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข
- การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ
- การปฏิรูประบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัลนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ
นอกจากนี้ การจัดทำงบประมาณปี 2570 ทำขึ้นให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัมนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายและแผนระดับชาติด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุหมุดหมาย หากแยกงบประมาณ ตามยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 6 ด้าน
1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง วงเงิน 407,165 ล้านบาท เน้นส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างมีความสุขและสันติ เคารพความแตกต่าง หลายหลายบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน มุ่งเน้น แก้ปัญหาการทุจริต คอรัปชันในภาครัฐ ความรุนแรงในสังคม อาชญากรรม การค้ามนุษย์ ขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง
2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน วงเงิน 348,427 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเติมโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทุกมิติ ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่น เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้ประชาชน
3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ วงเงิน 611,164 ล้านบาท มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ ยกระดับทักษะความรู้ใหม่ๆ รองรับแรงงานทุกกลุ่มทุกช่วงวัย
4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม วงเงิน 960,916 ล้านบาท เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ สนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ตลบอดจนการสร้างหลักประกันสวัสดิการสำหรับแรงงาน ทั้งในและนอกระบบ
5. ยุทธศาสตร์ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 137,507 ล้านบาท มุ่งเน้นสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ขยายพื้นที่สีเขียว แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และ รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ วงเงิน 676,320 ล้านบาท ยกระดับการบริการภาครัฐให้มีสมรรถนสูง ไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล ตอบสนองความต้องการของประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง ภายใต้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ภายในประเทศ รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท
เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณรายจ่ายนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายภาษีของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และยั่งยืน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB