ส่งออกรถยนต์ สะดุด! พ.ค.วูบ 26.69% เฉพาะตะวันออกกลางหด 66.14%
ส่งออกรถยนต์สะดุด! สงครามตะวันออกกลาง ฉุดกำลังผลิตไทย ครั้งแรก! ผลิตรถขายในประเทศมากกว่าส่งออก หลังตลาดต่างประเทศชะลอตัว
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยถึง การผลิตรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า การผลิตรถยนต์ มีจำนวน 114,214 คัน ลดลง 17.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการผลิตเพื่อส่งออกลดลงถึง 36.20% ตามคำสั่งซื้อรถยนต์นั่งและรถกระบะจากต่างประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค
ในขณะที่ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 59,434 คัน ลดลง 26.69% มูลค่าส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 41,723 ล้านบาท ลดลง 24.36% โดยการส่งออกไปตะวันออกกลาง หดตัวถึง 66.14% ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรงของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 12.78% อยู่ที่ 58,520 คัน นับเป็นครั้งแรกที่มีสัดส่วนมากกว่าการผลิตเพื่อส่งออก สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดในประเทศ
ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่วนรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) มียอดขาย 18,034 คัน เพิ่มขึ้น 61.19%
ขณะที่รถยนต์ไฮบริด (HEV) เพิ่มขึ้น 28.82% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มขึ้น 123.82% สะท้อนความต้องการรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายรถยนต์ในประเทศรวม 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10% โดยรถยนต์ BEV มียอดขายสะสม 82,143 คัน เพิ่มขึ้น 83.27% ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงสะสมอยู่ที่ 97,112 คัน เพิ่มขึ้นเกือบ 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. ยังคงมองว่าตลาดรถยนต์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่คาดว่าการลงทุนใหม่และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยพยุงตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลังได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB