“โจ ไบเดน” หาเสียงร่วมคู่หูชิงรอง ปธน.ครั้งแรก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“โจ ไบเดน" ตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงกับ "คามาลา แฮร์ริส" คู่หูชิงรองประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการครั้งแรก

การปราศรัยหาเสียงจัดขึ้นที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ซึ่งเป็นฐานเสียงของไบเดน แต่ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วม เพื่อป้องกันโควิด-19

ไบเดน เปิดประเด็นด้วยการยกย่องแฮร์ริส วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ว่าเป็นผู้หญิงผิวสีและเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้ลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในนามพรรคการเมืองใหญ่

ไบเดน ยังพูดถึงกรณีที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน โจมตีนางแฮร์ริสว่าเป็นคนน่ารังเกียจ (nasty) และไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมจะเป็นผู้ท้าชิงรองประธานาธิบดี ไบเดนระบุว่า ตนไม่แปลกใจเลยที่ทรัมป์มักมีปัญหากับผู้หญิงเก่ง

พร้อมทั้งเรียกพฤติกรรมนี้ว่า การเห่าหอน (whinning) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่ทรัมป์ทำได้ดีกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯทุกคน

นอกจากนี้ ไบเดนยังโจมตีการบริหารงานของทรัมป์ ทั้งการรับมือโควิด-19 ปัญหาโลกร้อน ปัญหาการว่างงาน และการชอบใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งสร้างความแตกแยกในสังคม

ฝั่งนางแฮร์ริส วัย 55 ปี ระบุว่า เราได้ประธานาธิบดีที่สนใจตัวเอง มากกว่าประชาชน ทรัมป์ทำให้ประเทศตกต่ำลง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเลือกคนที่ไม่สามารถทำงานได้ไปบริหารประเทศ ประเทศและภาพลักษณ์ในเวทีโลกเละเทะไม่มีชิ้นดี

ด้านทรัมป์ ใช้โอกาสช่วงแถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบขาว ตอบโต้กลับ โดยบอกว่า ผลงานที่ล้มเหลวในช่วงหาเสียงเลือกตัวแทนพรรค คงทำให้แฮร์ริสคลั่ง และเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไบเดนจึงเลือกคนที่เคยโจมตีตัวเองอย่างหนักช่วงดีเบตเลือกตัวแทนพรรค มาเป็นคู่หู  

หลายฝ่ายมองว่า "ไบเดน" และ "แฮร์ริส" จะเป็นคู่หาเสียงที่น่าสนใจและลงตัวที่สุดอีกคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ ด้วยความที่เธอเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ วัยเพียง 55 ปี ห่างจากไบเดน ที่มีอายุมากถึง 77 ปี ทำให้สามารถสร้างแนวร่วมที่กว้างขวางขึ้น และอาจดึงคะแนนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ นอกจากนี้ ด้วยปูมหลังของเธอที่มีพ่อแม่เป็นผู้อพยพชาวจาเมกาและอินเดีย ช่วยเพิ่มมิติเรื่องความหลากหลาย เหมาะกับช่วงเวลานี้ที่สังคมอเมริกันกำลังมีประเด็นความขัดแย้งด้านเชื้อชาติอย่างรุนแรง

ตลอดการทำงานของแฮร์ริส เธอได้สร้างประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งในฐานะผู้หญิงผิวสี และชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ซึ่งหากเธอและไบเดนสามารถคว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปีนี้ได้ แฮร์ริสก็จะสร้างประวัติศาสตร์ได้อีกมากมาย

ทั้งในฐานะรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ รวมถึงชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน และชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับบทบาทนี้

จากนี้ จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตเพื่อเสนอชื่อผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและคู่หาเสียงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันจันทร์หน้า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ