ผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงหลายร้อยคนออกมาเดินขบวนในกรุงมินสค์ เมืองหลวงของเบลารุส เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในการสลายการชุมนุม รวมถึงการตามไล่จับกุมผู้ประท้วงจำนวนมาก
การประท้วงเป็นไปอย่างสันติ คนส่วนใหญ่สวมเสื้อผ้าสีขาว เดินจับมือกัน พร้อมถือดอกไม้และชูป้ายเรียกร้องความยุติธรรม
ผู้ประท้วงอีกหลายร้อยคน ได้รวมตัวกันหน้าเรือนจำในกรุงมินสค์ ด้วยความหวังที่จะพบสมาชิกในครอบครัวของเขา ที่คาดว่าถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากเข้าร่วมประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้ง
การประท้วงที่กำลังเกิดขึ้นในกรุงมินสค์ และหลายๆ เมืองทั่วเบลารุส เริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังผลการเลือกตั้งออกมาว่า ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นถึงร้อยละ 80 เป็นประธานาธิบดีต่อไปเป็นสมัยที่ 6 หลังจากดำรงตำแหน่งมาแล้วถึง 26 ปี ซึ่งประชาชนไม่เชื่อว่า การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบธรรม
ข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงคือ ประธานาธิบดีลูคาเชนโกต้องลาออกจากตำแหน่ง ตลอดระยะเวลา 4 วันของการประท้วง ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง ปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ และระเบิดแฟลชเพื่อสลายการชุมนุม ไปจนถึงใช้ไม้ตะบองตีผู้ชุมนุม หลายคนมองว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของตำรวจ
ด้านนางสเวตลานา ติคานอฟสกายา อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ที่กลายมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม หลังสามีนักการเมืองของเธอซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีถูกจับกุม ได้ปล่อยคลิปวีดีโอว่าเธอหนีมายังประเทศลิธัวเนียอย่างปลอดภัยแล้ว และนี่เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด
นอกจากประท้วงผลการเลือกตั้ง ตอนนี้ชาวเบลารุสเริ่มออกมาประท้วงต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจ มีรายงานว่า ในเมืองกอเมล มีผู้ประท้วงวัย 25 ปีเสียชีวิต
คณะกรรมการสืบสวนของเบรารุสรายงานว่า ผู้ประท้วงซึ่งเป็นชายรายนี้ถูกจับกุมตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา และถูกพิพากษาจำคุก 10 วัน ในข้อหาร่วมการชุมนุมประท้วงอย่างผิดกฎหมาย
หลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการป่วยจนเจ้าหน้าที่ต้องนำตัวไปส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิต
แม่ของผู้เสียชีวิตระบุว่าลูกชายของเธอเป็นโรคหัวใจและถูกขังไว้ในรถตำรวจเป็นเวลาหลายชั่วโมง และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต นับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ที่เสียชีวิตจากการประท้วงในครั้งนี้
มีรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังไล่กวาดต้อนและจับกุมประชาชน ซึ่งเบื้องต้นผู้ถูกจับกุมมีถึงกว่า 6,000 รายแล้ว ที่ถูกจับกุมตัวแล้วกว่า 6,000 ราย ซึ่งคนที่ถูกจับไม่ใช่แค่เพียงผู้ประท้วง แต่รวมไปถึงผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้เยาว์
ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ออกมาประฌามการจับกุมในครั้งนี้ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
เบลารุสแต่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาด้วยกัน โดยที่ผ่านมารัสเซียได้ให้ความช่วยเหลือเบลารุสในทางเศรษฐกิจมากมาย
หลังจากที่ผู้นำเบราลุสที่อยู่ในอำนาจมา 26 ปี ชนะเลือกตั้งและได้ยู่ในอำนาจต่อ คนที่ออกมาแสดงความยินดีเป็นลำดับแรกๆคือ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย
ซึ่งต่างจากท่าทีของประเทศอื่น โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเบลารุสหยุดการจับกุมประชาชน และปฏิรูปการเมืองในเบลารุส โดยเตรียมที่จะคว่ำบาตรทางการค้าด้วย
คณะกรรมาธิการยุโรปได้แถลงการณ์ว่า ผลการเลือกตั้งของเบลารุสเกิดขึ้นอย่างไม่โปร่งใส่และยุติธรรม พร้อมประฌามรัฐบาลเบลารุสที่กดขี่ผู้เข้าชิงคนอื่นๆ สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหว รวมไปถึงผู้ประท้วง
รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณามาตรการคว่ำบาตรเบลารุส
ด้าน ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค ได้ออกมาประกาศว่า รัฐบาลไม่ได้ปราบปรามประชาชน เพียงแต่ต้องการปกป้องระบอบรัฐธรรมนูญที่ระบุกฏเกณฑ์การเลือกตั้งไว้อย่างชัดเจน
ลูคาเชนโคยังเรียกร้องให้ประชาชนหยุดประท้วง เพราะการประท้วงจะทำให้พวกเขาตกงาน เนื่องจากมีประวัติอาชญากรรม
อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค เป็นประธานาธิบดีของเบลารุสตั้งแต่ปี 1994 โดยระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกการจำกัดสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หากเขาดำรงตำแหน่งครบ 6 สมัย เขาจะดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 31 ปี
แต่ตอนนี้ประธานาธิบดีลูคาเชนโคได้รับความนิยมน้อยลงอย่างมาก สาเหตุมาจาก เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การรับมือกับโควิด-19 ได้ไม่ดี และการะละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ และ การเลือกตั้งที่ผลออกมาเขาชนะถล่มทลายจึงเป็นที่น่ากังขาอย่างยิ่ง