จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่า สอบถามผู้รู้หน่อยครับ...พอดีมีหลานเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งหลานมีตาที่ผิดปกติคือตาข้างนึงมองไม่ค่อยเห็น...วันนี้ได้ไปโรงเรียนตามปกติแต่โดนอาจารย์ท่านนึงด่าว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมซึ่งอาจารย์ท่านนี้เอาปมด้อยของเด็กมาด่า..ว่าเด็กตาเหล่บ้าง ด่าว่าเด็กตาบอดบ้าง ขึ้นมึงขึ้นกูทั้งๆที่เด็กคนนี้ไม่เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวแม้แต่อย่างใด..แถมยังช่วยงานพ่อแม่ทุกอย่างถือว่าเป็นเด็กดีคนนึงเลย
แต่วันนี้มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เด็กกลับมาถึงบ้านอยู่แต่ในห้องไม่กินข้าว แถมมานอนร้องกับแม่บอกว่าจะไม่เรียนแล้วเพราะอายเพื่อนเพราะในขณะที่อาจารย์ท่านนี้ด่าได้มีเพื่อนๆของน้องอยู่กันหลายคนซึ่งทำให้น้องอับอายมาก เครียดร้องให้ตลอด เลยอยากถามว่าอาจารย์ท่านนี้มีพฤติกรรมเหมาะสมหรือ..ที่เอาปมด้อยของเด็กมาด่าแบบนี้ ทางเราผู้ปกครองควรทำอย่างไรได้บ้างเพราะตอนนี้สภาพจิตใจของเด็กมันย่ำแย่มาก อาจารย์ท่านนี้ควรมีความรับผิดชอบอย่างไร ขอรบกวนผู้รู้ให้คำแนะนำครับ....โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน อ.วังวิเศษ จ.ตรัง. ปล.#ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงสถาบันแต่อยากให้ครูท่านนั้นออกมารับผิดชอบต่อคำพูดครับ
หลังจากข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ ในโลกโซเซียล ชาวเน็ตก็พากันแชร์ข่าวและเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก
วันนี้ 23 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เพื่อสอบถามเรื่องราวและความเป็นมาดังกล่า โดยน้องบอย นามสมมุติ วัย 16 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. 2563 ในช่วงบ่าย คุณครูคนดังกล่าวเป็นครูผู้ชาย สอนวิชาดนตรี ซึ่งขณะนั้นได้ลงโทษตีเพื่อนของตน 2 คนก่อน ด้วยอารมณ์หงุดหงิด และเมื่อเดินมาที่ตนเอง จึงพูดว่า “มึงไปไหนไอ้ตาเหล่ ไม่จบไม่สิ้นจริงพวกตาเหล่นี้” แกบอกว่าแกดูออกตาของตนเองเป็นอย่างไร ซึ่งได้พูดใส่อารมณ์ต่อหน้าเพื่อนๆหลายคน ตอนนั้นรู้สึกเสียใจมากและพูดอะไรไม่ออกเลย ก่อนหน้านี้คุณครูก็ไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก และตั้งแต่เกิดเรื่องตนเองก็ไม่ได้ไปโรงเรียน รู้สึกอายเพื่อน ความรู้สึกตอนนี้แย่มาก วันจันทร์นี้ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะกล้าไปโรงเรียนไหม
ด้านน้าชาย บอกว่า เมื่อหลานมาเล่าให้ฟังก็รู้สึกสะเทือนใจ เพราะมันเป็นปมของเด็ก และไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ที่สอนนำปมของเด็กมาย่ำยีเด็ก รู้สึกว่าไม่เหมาะสมที่อาจารย์ออกมาพูดแบบนี้ กลับบ้านมาเด็กก็มาร้องไห้ และเสียใจอยู่ภายในห้องนอน โดยปกติเขาพยายามมองข้ามไป และเมื่อวานได้ไปหาอาจารย์ท่านนี้แล้วและอาจารย์ได้ขอโทษในฐานะผู้ปกครองก็น้อมรับไว้ แต่ในส่วนของจิตใจเด็กจะแก้อย่างไร
หลังจากนี้ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรแต่อยากจะทราบว่าอาจารย์ท่านนี้มีประสงค์อะไรที่พูดไปแบบนั้น และมันเป็นตราบาปของเด็กจะมาบูลลี่เด็กคงจะไม่ได้เป็นถึงอาจารย์สอนเด็กคงไม่เหมาะสม อยากให้อาจารย์ท่านนี้รับผิดชอบต่อตัวอาจารย์เองว่าอย่างไร เพราะวันนั้นเด็กนักเรียนก็อยู่เยอะ ทาง ผอ.โรงเรียนรับทราบและให้ทางอาจารย์โทรมาขอโทษ ผู้ปกครองก็รับได้แต่ ในแง่ของความเป็นเด็ก ความรู้สึกของเด็กจะรู้สึกอย่างไร เขาก็ยังไม่ได้ไปโรงเรียนตั้งแต่วันศุกร์เพราะเด็กไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะเขาอายด้วย จิตใจเขาแย่ด้วย และผู้ปกครอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่เคยถามว่าตาของน้องเป็นอย่างไร เพราะจะมีผลกระทบต่อจิตใจเขา ไม่เคยพูดมีแต่ให้กำลังใจมาตลอด น้องเองก็พูดเลยว่าเขาพยายามมองข้ามไปตลอด และมีเด็กหลายคนยังพูดกันว่าอาจารย์พูดคำหยาบบ่อยครั้ง และอาจารย์ก็สอนมานานแล้วด้วย ก็อยากจะทราบว่าอาจารย์จะรับผิดชอบกับคำพูดที่พูดกับเด็กนี้อย่างไร แค่นั้นเอง
ด้าน แม่น้องบอย นามสมมุติ เล่าด้วยน้ำตาคลอว่า ตนเองเอ็นดูลูกและตนเองก็ไม่เคยพูดกับลูกแบบนี้เลยว่าลูกตาไม่ดีไม่เคยพูด ตนมีลูก 4 คน น้องบอยเป็นลูกชายคนโต แม่ก็ได้คุยกับครูแล้ว ครูก็ขอโทษ เมื่อครูขอโทษแล้วแต่ตนเองก็เอ็นดูลูก ตั้งแต่รักษาลูก ที่ มอ.หาดใหญ่ ตั้งแต่ 10 ขวบ ด้วยอุบัติเหตุจากนกจิกที่ดวงตา ข้างซ้าย ตนเองก็ไม่เคยพูดถึงจุดนี้เลยจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ดวงตาข้างซ้าย ตาไม่ได้บอดสนิท แต่หากปิดตาข้างขวา จะมองเห็นลางๆ รักษามาตั้งแต่ ป.4 ต้องหยุดเรียนไป 2 ปี
ส่วนยาย บอกว่า น้องบอยเป็นเด็กดีช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานบ้าน เก็บน้ำยางก่อนไปโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน