นายสุพล ฟองงาม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ใน กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 กล่าวถึงกรณีอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ มีมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นหยวน เอส 26 ที จากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 2 ลำ ของกองทัพเรือ (ทร.) วงเงิน 22,500 ล้านบาทว่า ทร.มีความพยายามขออนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำจากอนุ กมธ.มาแล้ว 2 รอบ ครั้งแรก ทร.ชี้แจงไม่เคลียร์ อนุ กมธ.จึงแขวนงบไว้ก่อน โดยให้ ทร.ส่งเอกสารเพิ่มเติมเรื่องรายละเอียดสัญญาจีทูจีการซื้อเรือดำน้ำ และผลการเจรจากับจีนจะยอมให้เลื่อนจัดซื้อเรือดำน้ำได้หรือไม่
กรณีมีการโหวตเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นั้น นายสุพลระบุว่า ที่ตนเองต้องโหวตเห็นชอบเพราะเสียงในที่ประชุม เสมอ 4 ต่อ 4 และประธานต้องชี้ขาด ซึ่งต้องโหวตเห็นชอบเพราะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และ งบประมาณนนี้เป็นงบผูกพัน ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินก้อนเดียว 20,000 กว่าล้านจ่ายแค่ 3,000 กว่าล้าน และการพิจารณาของงบประมาณ2563 กองทัพเรือเคยขอเลื่อนการชำระมาแล้ว แต่ครั้งนี้ด้วยเหตุผลความจำเป็นเรื่องการรักษาความมั่นคงทางทะเล
นายสุพล ยังระบุถึง กรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมาธิการไปแถลงข่าวว่า ในวันที่ 21 มีนายทหาร อักษรย่อ บิ๊ก ป.โทรมาล็อบบี้ให้โหวตเห็นชอบนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นเรื่องที่เหลวไหลปั้นน้ำเป็นตัว และเสียมารยาท เพราะ ตนเองไม่เคยรับโทรศัพท์ขณะประชุม ซึ่งนายยุทธพงศ์ต้องมาเคลียร์กับตนเอง วันนี้ตนเองไลน์ไปสอบถามให้เข้าประชุม และให้เลขาโทรหา นายยุทธพงศ์ก็ไม่ตอบ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ประเด็นการเห็นชอบจากซื้อเรือดำน้ำจะเป็นชนวนให้ผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลนำไปขับเคลื่อน นายสุพล ระบุว่า เป็นห่วง แต่อยากให้คนไทยมีสติฟังเหตุฟังผลบ้างไม่ใช่ไปพูดว่าเรือดำน้ำกินแทนข้าวไม่ได้ก็ต้องไปฟังเหตุผลของกองทัพเรือด้วย