คลิปดังกล่าว ได้รับการยืนยันจาก นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ระบุว่า เสียงในคลิปเป็นเสียงของเขา แต่ย้ำว่าหากใครนำคลิปไปเผยแพร่จนทำให้เสียหายจะแจ้งความดำเนินคดี ทีมข่าวฟังคลิปดังกล่าว พบว่า เป็นคลิปการสนทนา ของคน 3 คน โดยมี 2 คน เป็นคนคุยหลักๆ หนึ่งในนั้น คือ นายมงคลกิตติ์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับแล้ว จึงจำลองเหตุการณ์ตามข้อมูลในคลิป พบว่า เนื้อหาคือการพูดถึงการแบ่งตัวเลข 50 / 25 /25 พร้อมบอกว่าหากคุยแล้วต้องจบตามที่ตกลงกัน และ จะเดินหน้าเป็นคนกลางจัดการให้
นายมงคลกิตติ์ ยืนยันกับทีมข่าวว่า เป็นเสียงของเขาเองพูดคุยกับ ตัวแทนบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจรับติดตั้งกล้องวงจรปิด โครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว
โดยมีคนกลุ่มหนึ่งอยากได้งานนี้ แต่ไม่สามารถรับงานได้ จึงมาปรึกษาว่าจะมีช่องทางให้รับงานนี้ได้หรือไม่ ซึ่งในระหว่างที่พูดคุยก็มีการแอบอัดคลิป และอ้างว่าการที่คนกลุ่มนี้เข้ามา เพราะทราบว่าตัวเอง รู้จักคนในรัฐบาลหลายคน และกว้างขวางในวงการธุรกิจ แต่นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า คลิปที่ถูกปล่อยออกมา มีบางช่วงถูกตัดต่อมา รวมถึงย้ำว่าเนื้อหาที่พูดคุยกันเป็นการพูดเล่นหยอกล้อกัน
ส่วนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้ได้ นายมงคลกิตติ์ อ้างว่า เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ตรวจสอบหลังจากได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และในฐานะวิศวกรเกี่ยวกับระบบการติดตั้งกล้องวงจรปิด
ส่วนตัวเชื่อว่า ที่มีการทำคลิปมาเผยแพร่ช่วงนี้ เพราะ ต้องการทำให้ตัวเองเสียงชื่อเสียง เชื่อว่า คนที่ทำเรื่องนี้ไม่ใช่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แต่อาจเป็น คนอื่นที่ยืมมือนายสิระ มากลั่นแกล้งตัวเอง รวมถึงมองว่า นายสิระเองก็มีคดีความที่อยากให้ตัวเองถอนแจ้งความจึงอาจร่วมมือด้วย
นายมงคลกิตติ์ อ้างว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร เลขาส่วนตัวของนายสิระ พยายามติดต่อเข้ามา เพื่อขอให้ไปดูคลิปด้วยกัน ซึ่งนายมงคลกิตติ์ อ้างว่าลักษณะแบบนี้เหมือนต้องการให้ไปแลกคดี หรือถอนคดีที่เคยฟ้องนายสิระ แลกกับการไม่ปล่อยคลิปส่วนที่เหลือ แต่ได้ปฏิเสธไป และท้าให้นายสิระ เผยแพร่คลิปส่วนที่เหลือผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และให้ระบุชื่อนายมงคลกิตติ์ ให้ชัด เพื่อที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีอีกคดีหนึ่ง
ด้านนายสิระ ยอมรับว่าเรียกนายมงคลกิตติ์มาดูคลิปจริง แต่เพราะต้องการให้มาชี้แจงที่มาที่ไป ส่วนที่มาของคลิปนายสิระ บอกว่า มีคนนำมาให้ตรวจสอบ ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้เรียกซึ่งมีการพาดพิงถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนทั้งบริษัท 4 บริษัท และ นายมงคลกิตติ์มาชี้แจงที่มาที่ไป แต่หากไม่เดินทางมา ก็มีอำนาจที่จะดำเนินการตามกรอบของ กมธ. ส่วนจะเผยแพร่คลิปหรือไม่ ยืนยันว่า ต้องดำเนินการตามขั้นตอน และอาจเปิดในที่ประชุม กมธ.ก่อน
“เต้"ขอโทษ “สิระ” ยอมรับหัวร้อน ฝากถึง นายกฯอย่าอารมณ์ร้อน บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ
นายสิระ ย้ำว่า เรื่องนี้ยังไม่หมดอายุความ และ ต้องดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้อง เพราะในเมื่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมไม่ดำเนินการ กมธ.ก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้ ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นการแลกคดีหรือไม่นั้น นายสิระ ยืนยันว่าไม่ใช่ความจริง พร้อมถามกลับว่า นายมงคลกิตติ์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาลในยุคนั้นได้อย่างไร
ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย วันนี้ ไปยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานคลิปเสียงต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากอาจเข้าข่ายกระทำความผิดทั้งกฏหมายอาญา และ ถือว่าเป็นการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ
ส่วนที่นายมงคลกิตติ์ อ้างว่าเป็นการแฝงตัวไปหาข้อมูลเรื่องการทุจริต นายศรีสุวรรณ ตอบกลับในลักษณะเหน็บแนมว่า การแฝงตัวเข้าไปเพื่อเก็บข้อมูลมันเป็นหน้าที่ของฝ่ายตำรวจ ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. ที่จะต้องไปล่อซื้อจับกุมบุคคลใดๆ
ปูเสื่อรอ! "สิระ"เรียก"ส.ส.เต้"ดูคลิปนักการเมือง ตบทรัพย์ ขู่ 1 ก.ย.ไม่มาเจอแฉ!