นายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ ว่า เมื่อคณะกรรมการได้ส่งรายงานสรุปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว จากนี้ก็แล้วแต่นายกรัฐมนตรีที่จะนำข้อสรุปทั้ง 8 ข้อไปดำเนินการอย่างไรต่อไป
เบื้องต้นนายกฯยืนยันหนักแน่นว่าจะรับไปทำต่ออย่างแน่นอน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลโดยตกลงเป็นผู้ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการมีข้อเสนอแนะเอาไว้
คดีน่าอับอาย! 'วิชา' เปิดผลสอบฟัน 8 กลุ่ม สมคบคิด อุ้ม 'บอส อยู่วิทยา'
เมื่อถามถึงการตั้งเรื่องส่งฟ้องคดีใหม่จะเริ่มต้นอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า ต้องเริ่มจากตำรวจ เพราะเขาจะต้องเป็นผู้สอบสวนใหม่ แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเป็นผู้สั่งเพียงคนเดียวไม่ได้ และคาดว่าจะเป็นภาระของ ผบ.ตร. คนใหม่ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องต่อไป โดยตำรวจจะต้องปรึกษาหารือกับ ป.ป.ท. และนายวิษณุที่เป็นผู้กำกับดูแลศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในนั้น และ ป.ป.ท. เป็นเลขานุการอยู่
เมื่อถามว่าในเอกสารที่คณะกรรมการเผยแพร่กับสื่อมวลชน มีตัวละครที่ไม่ได้ระบุชื่อ ตัวย่อ หรือตำแหน่ง ของตัวละครลับที่อยู่ในห้อง ที่มีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ประเด็นนี้ นายวิชา กล่าวว่า ทางคณะกรรมการได้เอ่ยชื่อชัดเจนในรายงานฉบับเต็ม ซึ่งอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีหมดแล้ว
ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อในเอกสารที่ให้กับสื่อ นายวิชา บอกว่าไม่ทราบและเป็นสิทธิ์ของท่านนายกฯ ดังนั้นขอให้สื่อไปถามจากนายกฯโดยตรง และสิทธิ์ขาดว่าจะเปิดเผยชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวนายกฯเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าในรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในรายงานฉบับเต็มบริบูรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่อง
ส่วนกรณีที่นายอรรถพล ใหญ่สว่างประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ข้อมูลว่าอัยการคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ได้นี้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้วนั้น นายวิชา กล่าวว่า ตนไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบกับทางอัยการ และคาดว่า ป.ป.ท. ก็จะนำประเด็นนี้ไปตรวจสอบต่อไปเช่นกัน
อีกประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ คดีนี้เดินทางมาครบรอบ 8 ปีแล้ว แต่กลับต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด บอกอะไรกับสังคมได้บ้าง นายวิชา บอกว่า สิ่งที่ผิดพลาดไม่ว่าระยะเวลายาวนานแค่ไหน ถึงแม้จะหมดอายุความไปแล้วทั้งหมด ตนก็ยืนยันว่าการทำให้กระจ่างชัด ทำให้คนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราจะต้องกล้าหาญเพียงพอที่จะยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาดอะไรผิดก็คือผิด โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม