ดัชนีหุ้นไทย 11 ก.ย.63 ปิดการซื้อขายภาคบ่าย 1,279.96 จุด ลดลง -10.93 จุด (-0.85%) มูลค่า 44,155.39 ล้านบาท
พร้อม 10 อันดับมูลค่าหุ้นโดดเด่นตลอดช่วงบ่าย
ดัชนีหุ้นไทย 11 ก.ย.63 ปิดการซื้อขายเช้า 1,290.46 จุด ลดลง -0.43 จุด (-0.03%) มูลค่า 20,517.66 ล้านบาท
พร้อม 10 อันดับมูลค่าหุ้นโดดเด่นตลอดช่วงเช้า
ราคาทองวันนี้ – 11 ก.ย. 63 ปรับราคา 5 ครั้ง
ดัชนีหุ้นไทย 11 ก.ย.63 เปิดการซื้อขายที่ 1,2090.90 จุด เพิ่มขึ้น +0.01 จุด (0.00%) มูลค่า 3,464.41 ล้านบาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่า จะแกว่งไซด์เวย์ซึมลงคล้ายคลึงตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ที่เช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อยราว 0.1-0.2% เนื่องจากตลาดไม่ได้มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณเศรษฐกิจของสหรัฐฯอาจจะชะลอตัว หลังจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯออกมาแย่กว่าตลาดคาด
ขณะที่ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ออกมาตามคาด มีมติ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) ที่ระดับ 1.35 ล้านล้านยูโรซึ่งก็ไม่น่าจะมีผลอะไรต่อตลาดฯ อย่างไรก็ดี ตลาดฯคงจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
โดยในประเทศก็จะมีการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 19 ก.ย.นี้ และก็ยังต้องติดตามการประชุมสภาฯในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ ในเรื่องจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใดบ้าง ส่วนการเมืองต่างประเทศก็ให้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างจีน และสหรัฐฯ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ไม่ต้องการขยายเวลาการแบน TikTok ซึ่งจะถึงกำหนดในวันที่ 15 ก.ย.นี้
พร้อมให้แนวรับ 1,286-1,276 จุด ส่วนแนวต้าน 1,300 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ในสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่สูงกว่าการคาดการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,534.58 จุด ลดลง 405.89 จุด หรือ -1.45% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,339.19 จุด ลดลง 59.77 จุด หรือ -1.76% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,919.59 จุด ลดลง 221.97 จุด หรือ -1.99%
สัญญาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด ขณะที่แนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันยังคงซบเซาในขณะนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 75 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 37.30 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 73 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 40.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทิศทางเงินบาทในวันนี้ คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.40 บาท/ดอลลาร์สัปดาห์หน้าติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)และการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ ซึ่ง USD Futures เดือนก.ย.63คาดจะมีแนวรับที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 31.40บาท/ดอลลาร์
กรมบัญชีกลาง เลื่อนจ่ายเบี้ย “ผู้สูงอายุ-คนพิการ” งบไม่เพียงพอ