หุ้นไทยวันที่ (15 ก.ย.) ปิดการซื้อขายภาคบ่ายที่ดัชนี 1,286.18 จุด บวก 13.84 จุด (1.09%) มูลค่า 43,868.01 ล้านบาท พร้อม 10 อันดับหลักทรัพย์ที่มูลค่าการซื้อขายที่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยต้นภาคบ่ายปรับตัวขึ้นไปกว่า 10 จุด ได้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวหนุนตลาด นำโดย AOT , MINT หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติหลักการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษแบบลองสเตย์ เริ่มในเดือน ต.ค.นี้
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด คาดว่าจะตอบรับเรื่องที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการเปิดรับนักลงทุนประเภทพิเศษ แบบลองสเตย์ เริ่ม ต.ค. นี้ ทำให้เป็น Sentiment ที่ไปช่วยหนุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และการบิน ให้ปรับตัวขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งมองว่าตลาดฯน่าจะเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ด้วยหลังจากที่ได้ปรับตัวลงไปมากในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี วอลุ่มเทรดโดยรวมยังไม่มาก
หุ้นไทยวันที่ (15 ก.ย.) ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ดัชนี 1,278.54 จุด เพิ่มขึ้น +6.20 จุด (0.49%) มูลค่า 19,094.80 ล้านบาท พร้อม 10 อันดับหลักทรัพย์ที่มูลค่าการซื้อขายที่โดดเด่น
มูลค่าซื้อขาย 10 อันดับ
นายกิตติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ มีโอกาสรีบาวด์ หลังปรับฐานต่อเนื่องก่อนหน้านี้ สอดคล้องในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้แกว่งไซด์เวย์ถึงปรับตัวขึ้น หลังตลาดสหรัฐฯดีดตัวขานรับความคืบหน้าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเชิงบวก และยังมีดีลการขายกิจการ TikTok ที่มาช่วยหนุนด้วย
ราคาทองวันนี้ – 15 ก.ย. 63 เปิดตลาด บวก 100 บาท
อย่างไรก็ดี ตลาดบ้านเรายังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยการเมือง ที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ และราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้และปีหน้า อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจจะไปกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานได้ นอกจากนี้ให้ติดตามการปรับน้ำหนักการลงทุนของฟุตซี่ที่จะมีผลในวันที่ 18 ก.ย.นี้
พร้อมให้แนวรับ 1,265-1,260 จุด และแนวต้าน 1,275-1,280 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงข่าวบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ตกลงขายกิจการ TikTok ในสหรัฐให้กับบริษัทออราเคิล นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อินเดีย เปิดประชุมสภาวันแรก ตรวจเจอโควิด 56 คน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,993.33 จุด เพิ่มขึ้น 327.69 จุด หรือ +1.18% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,383.54 จุด เพิ่มขึ้น 42.57 จุด หรือ +1.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,056.65 จุด เพิ่มขึ้น 203.10 จุด หรือ +1.87%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้และปีหน้า อันเนื่องมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาด อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังมีรายงานว่าพายุเฮอร์ริเคน "แซลลี" ทวีความรุนแรงสู่ระดับ 2 และกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันของสหรัฐ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 7 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 37.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 22 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 39.61 ดอลลาร์/บาร์เรล
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และหันซื้อหุ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังมีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ก.ย.นี้
“บิ๊กตู่” ลั่น เงินยังแน่นคลัง ขอสภา เร่ง เคาะงบฯปี 64
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.29% แตะที่ 93.0579 เมื่อคืนนี้
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.70 เยน จากระดับ 106.11 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9078 ฟรังก์ จากระดับ 0.9096 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3178 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3193 ดอลลาร์แคนาดา