ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี เปิดเผยในรายงาน Asian Development Outlook 2020 Update ถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย ว่า แม้จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดี ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัว แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าวส่งผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่เคยคาดกาณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
เป็นเพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอน แม้จะมีแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังและนโยบายการเงินก็ตาม โดยคาดว่า GDP ในปีนี้จะหดตัวที่ร้อยละ -8 มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนที่ร้อยละ -4.8
สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2564
คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.5 ปรับเพิ่มจากร้อยละ 2.5 ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายน อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะติดลบในปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 1.6 จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน การหดตัวสูงของราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ รวมถึงมาตรการรัฐบาลที่ช่วยลดค่าสาธารณูปโภคด้วย ก่อนจะปรับตัวเป็นบวกที่ร้อยละ 0.8 ในปีหน้า
สำหรับปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก การกีดกันทางการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายใน ได้แก่ การกลับมาระบาดซ้ำของโควิด-19 ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน
นอกจากประเทศไทยแล้ว เอดีบี ยังมองว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย จะหดตัวในปีนี้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหกทศวรรษที่ร้อยละ 0.7 แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้าที่ร้อยละ 6.8 เนื่องจากภูมิภาคเริ่มฟื้นตัวจากหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID- 19)
" ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปี 2563 แต่ผลผลิตในปีหน้ายังคงต่ำกว่าประมาณการก่อนการแพร่ระบาด COVID-19 โดยในรายงานได้แนะนำการฟื้นตัวแบบรูปตัว "L" แทนที่จะเป็นตัว "V" และคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะติดลบถึง 3 ไตรมาสในปี 2563"