สู่ปีที่ 100 พรรคคอมมิวนิสต์จีน สานฝันสังคมนิยมสมัยใหม่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สัปดาห์นี้มีวันสำคัญคือวันครบรอบการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือวันชาติจีน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 71 โดยก่อนที่จะถึงวันชาติจีนในวันที่ 1 ตุลาคม ทีมข่าวต่างประเทศจะพาไปดูย้อนดูความสำเร็จเด่นๆ ของจีนในปีนี้ว่ามีอะไรกันบ้าง และสิ่งเหล่านั้นเป็นผลจากระบบสังคมนิยมของจีนอย่างไร โดยวันนี้เราจะมาเริ่มกันที่การเมือง

วันที่ 1 ต.ค. 2563 จะเป็นการเฉลิมฉลองวันชาติจีน ซึ่งความสำคัญของปีนี้คือ นี่เป็นปีที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะครบรอบ 99 ปี เมื่อเรามองย้อนกลับไปดูการเมืองและความมั่นคงตลอด 99 ปีที่ผ่านมาของจีน ภายใต้การบริหารงานของพรรคคอมมิวนิสต์ พวกเขาส่งต่อนโยบายและความสำเร็จรุ่นต่อรุ่น คล้ายกับการส่งไม้วิ่งผลัดก็ไม่ผิด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ระบบ collective leadership คือการทำงานร่วมกันเป็นทีมของกลุ่มผู้นำสูงสุดของพรรค โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวทุกๆ 5 ปี และจะเปลี่ยนทีละครึ่งทีม เพื่อให้มีคนเก่าและคนใหม่เข้ามาทำงานร่วมกัน จนกระทั่งเมื่อปี 2017 ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบนี้ก็เปลี่ยนแปลงไป นั่นเป็นเพราะจีนมีผู้นำตลอดกาลคนใหม่ที่ชื่อว่า สี จิ้นผิง

ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของสี จิ้นผิง จีนรุดหน้าพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เขาสามารถรับไม้ต่อจากผู้นำรุ่นเก่าได้อย่างดีเยี่ยม ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ไว้อย่างหน้าสนใจว่า ตัวสี จิ้นผิงเองมีบุคลิกของผู้นำคนก่อนหน้าของจีนหลายๆ คนรวมไว้ด้วยกัน นั่นทำให้จีนประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายต่างๆ ที่วางไว้เป็นอย่างดี

จึงไม่น่าแปลกใจที่ถึงแม้จีนจะเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ แต่นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ยังคงมุ่งมั่นตามที่รัฐบาลรุ่นก่อนได้วางเอาไว้ โดยปีนี้ ความสำเร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิงมีหลักๆ สามประการคือ

1. การรับมือกับโควิด-19

2. การขจัดความยากจน

3. นโยบายจีนเดียว หนึ่งประเทศ สองระบบ

ที่จีนได้ยึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่งในขณะนี้ จีนก็เผชิญกับความท้าทายกับการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับเกาะฮ่องกงอยู่  แต่นี่ก็คืออีกหนึ่งนโยบายที่มีการวางแผนเอาไว้ในระยะยาว ย้อนกลับไปในอดีต ฮ่องกงเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ติดต่อกับโลกภายใน แต่มาบัดนี้ จีนกำลังเปลี่ยนบทบาทของฮ่องกง และทั้งหมดที่จีนกำลังทำคือการเตรียมความพร้อมให้ฮ่องกงกลับไปสู่จีนอย่างสมบูรณ์อีกครั้งหลังปี 2047

ความต่อเนื่องในนโยบาย การวางแผนระยะยาว และตัวผู้นำที่เข้มแข็ง ทำให้จีนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจที่ประเทศใดก็ปฏิเสธไม่ได้  โดยเฉพาะไทย เพราะในแง่ของภูมิศาสตร์แล้ว เราอยู่ห่างจากชายแดนจีนเพียง 200 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นการดำเนินนโยบายด้านการเมืองและความมั่นคงกับจีน ไทยจึงสมควรต้องมีความระมัดระวังและวางตัวให้เป็นกลาง ดร.ปิติยังได้ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนที่ต้องรักษาระยะห่างให้ได้ที่สุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ