แม่บ้านของ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ใส่ชุดป้องกันเชื้อโรคในทุกจุดสัมผัสก่อนที่จะทำการเก็บห้องและทำความสะอาด ให้แก่ลูกค้าที่มา Quanrantine หรือ กักตัวตามที่รัฐบาลกำหนด รวมถึงขยะติดเชื้อทุกชิ้น ที่ออกมาจากห้องลูกค้าจะต้องมีการแยกใส่ถุงสีแดงอย่างชัดเจน เพื่อแบ่งแยกโดยชัดว่าเป็นขยะติดเชื้อ มีกระบวนการเก็บที่ละเอียดรอบครอบกว่า ด้านการจัดเตรียมอาหาร โรงแรมต้องจัดแยกอุปกรณ์การทานเฉพาะบุคคล และบริการครอบคลุม 3 มื้อ
ก่อนที่พนักงานทุกคนจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ต้องมีการวัดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ รับฟังการปฎิบัติตัวโดยละเอียดในระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อให้ตระหนักรู้ในการดูแลตนเองและลูกค้า ส่วนการใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่าง สวนสาธารณะ ลูกค้าต้องจองล่วงหน้า และรักษาระยะห่างระหว่างกัน
นายปรินทร์ พัฒนธรรม Executive Assistant Manager of Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ในฐานะประธานชมรม ASQ Thailand มองว่า การยกระดับโรงแรมเป็น ASQ หรือ สถานที่กักตัวทางเลือก มีอัตราค่ารับบริการอยู่ที่ 30,000-100,000 กว่าบาทต่อการกักตัว 15 คืน 16 วัน ขณะนี้ในกรุงเทพและปริมณฑล มีโรงแรม ASQ อยู่ 73 โรงแรม ราว 8,000 ห้อง และเมื่อรัฐบาลเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยว Special tourist Visa ที่เป็นกลุ่ม Long Stay พำนักในระยะยาว โรงแรม ASQ ก็ทั้งหมดก็มีความพร้อม 100%
ชมรม ASQ Thailand มีความพยายามในการให้ความรู้โรงแรม ที่ต้องการปรับตัวเป็น ASQ โดยเฉพาะข้อแนะนำในการติดต่อกับโรงพยาบาลคู่สัญญา พร้อมมองว่าปัญหาใหญ่ของการที่โรงแรมไม่สามารถยกระดับเป็น ASQ ได้ คือ ความไม่เข้าใจของประชาชนในกระบวนการดูแลผู้กักตัว จึงเสนอว่า โรงพยาบาลคู่สัญญา ควรเพิ่มบทบาทในการประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจ ถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อสร้างให้เกิดเครือข่ายโรงแรม ASQ ที่กว้างและเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อให้ไทยพร้อมสู่การรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ๆที่จะทยอยเดินทางเข้าไทยมากขึ้น