ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา โบกมือทักทายผู้สื่อข่าวระหว่างออกเดินทางจากทำเนียบขาว เข้าพักที่ห้องพักพิเศษของศูนย์การแพทย์วอลเตอร์ รีด ในเมืองเบเธสดา รัฐแมรีแลนด์ เพื่อพักฟื้นและรักษาตัวในช่วง 2 - 3 วันข้างหน้า ตามมาตรการป้องกันไว้ก่อน หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตนและนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 มีผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก ก่อนหน้านี้
ด้านทำเนียบขาว ระบุว่า แพทย์เป็นผู้ขอให้ทรัมป์ย้ายเข้าไปพักที่โรงพยาบาล เพื่อให้ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการดูแลและรักษาอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น พร้อมยืนยันว่าประธานาธิบดีทรัมป์ มีอาการป่วยเล็กน้อย และยังมีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับโรคดังกล่าว
นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีทรัมป์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทรัมป์มีอาการเหนื่อยอ่อน ขณะที่นางเมลาเนียยังคงสบายดี ปวดหัว ไอเล็กน้อย และสมาชิกครอบครัวที่เหลือมีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบ
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เบื้องต้น แพทย์ได้ให้สารภูมิต้านทานโพลีโคลนอล (Polyclonal) ปริมาณ 8 กรัม จำนวน 1 โดส กับทรัมป์ รวมถึง อาหารเสริมซิงค์ วิตามินดี ยาลดกรดในกระเพราะอาหาร เมลาโทนิน และแอสไพริน
สำหรับข่าวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลข 1 มีขึ้นในขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ส่งผลทำให้ผู้จัดการแคมเปญเลือกตั้งได้ตัดสินใจเลื่อนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ทั้งหมดออกไปก่อนชั่วคราว หรืออาจพิจารณาจัดแคมเปญหาเสียงแบบเสมือนจริงขึ้นในภายหลัง
นอกจากนี้ หลายฝ่ายแสดงความเป็นกังวลถึงความเสี่ยงของปัจจัยด้านสุขภาพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าอาจจะส่งผลต่อการพักฟื้นและรักษาตัวของทรัมป์หรือไม่ โดยแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ของอังกฤษ เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า ปัจจุบัน ทรัมป์ มีอายุ 74 ปีแล้ว และมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 30 ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีอาการป่วยรุนแรงได้ จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สูญเสียความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ โดยรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ระบุว่าภายใต้การแก้ไขครั้งที่ 25 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถส่งมอบอำนาจให้กับรองประธานาธิบดีได้หมายความว่า ไมค์ เพนซ์ จะกลายเป็นรักษาการประธานาธิบดี และเมื่อทรัมป์หายดีก็จะสามารถเอาตำแหน่งคืนมาได้ แต่หากป่วยหนักและไม่ได้แต่งตั้งไว้ลาวงหน้า คณะรัฐมนตรีและรองประธานาธิบดีจะประกาศว่า ทรัมป์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และเพนซ์จะทำหน้าที่แทน
โดยมีหลายกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สูญเสียความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ โดยในปี 1985 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เข้าโรงพยาบาลรับการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็ง และแต่งตั้งให้จอร์จ บุช ผู้พ่อ ซึ่งขณะนั้นเป็นรองประธานาธิบดี รับผิดชอบหน้าที่
ส่วนในปี 2002 และปี 2007 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช แต่งตั้งรองประธานาธิบดีทำหน้าที่แทน ระหว่างเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
Photo : SAUL LOEB / AFP