น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียขานรับ Sentiment บวกจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีอาการดีขึ้นหลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และอาจจะออกจากโรงพยาบาลได้เร็วสุดในวันนี้
ส่วนบ้านเรายังมีลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายของปีนี้ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เนื่องจากรัฐบาลต้องการกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ต่อไป โดยเฉพาะในยุโรปที่ยังน่าเป็นห่วงจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้อาจมีการใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นอีกครั้ง
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสย่อตัวสลับกับการขยับขึ้น หากยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน พร้อมให้แนวรับ 1,230 จุด ส่วนแนวต้าน 1,255 จุด
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส์ที่เช้านี้บวกกว่า 200 จุด และสินทรัพย์เสี่ยงต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า ตอบรับประธานาธิบดีโด นัลด์ ทรัมป์ อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี
โครงการ “อีอีซี” คืบหน้า ลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ค่าการกลั่นก็ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงสุดในรอบราว 6 เดือนครึ่ง มาอยู่ที่ 1.96 เหรียญ/บาร์เรล และดัชนีค่าระวาง BDI ก็ขึ้นมาทำ New high ในรอบ 1 ปี แต่ปกติไตรมาส 3/63 จะเป็นช่วง High season ฤดูกาลของธุรกิจอยู่แล้วดังนั้นจึงต้องระวัง ซึ่งมาจากความคาดหวังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะดีขึ้น และความต้องการจะกลับมา
นอกจากนี้ ให้ติดตามมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และในประเทศรอดูรมว.คลังคนใหม่ ที่จะประกาศได้ในเร็ว ๆ นี้ จะสร้างความเชื่อมั่นได้มากแค่ไหน รวมถึงติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ซึ่งอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม โดยอาจเป็น"ชิม ช็อป ใช้" เป็นต้น
พร้อมให้แนวรับ 1,231 จุด ส่วนแนวต้าน 1,250 จุด