ผู้สื่อข่าวเดินทางไป ที่สำนักสงฆ์กิ่งแก้ว ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนางสาววันทนา พุดช่อ อายุ 46 ปี ผู้เสียชีวิต จากการกินแมงดาทะเลเข้าไป
จากการสอบถาม นายสอน วงศ์ศาลา เพื่อนบ้านที่อยู่เหตุการณ์เล่าว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา นางสาววันทนา ผู้เสียชีวิต ได้ออกไปหาหอยแครงที่บริเวณป่าชายเลนในซอยกิ่งแก้ว ต.รัษฎา และได้พบแมงดาทะเล 3 ตัว จึงนำกลับมาที่บ้าน เพื่อทำอาหาร โดยทำการเผาแมงดา 1 ตัว ก่อนรับประทานเข้าไป จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มมีอาการอาเจียน และมึนศีรษะ นางสมใจ มารดาจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล
หลังจากหมอตรวจเสร็จก็ได้ให้นางสาววันทนา กลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน แต่จากนั้นไม่นาน นางสาววันทนา มีอาการทรุดลงกว่าเดิม เริ่มไม่รู้สึกตัวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ชันสูตรพลิกศพยืนยันว่าเสียชีวิตจากพิษแมงดาทะเล
ทั้งนี้ แมงดาที่จับมาได้นั้นคาดว่าเป็นแมงดาถ้วย (หางกลม)หรือเห-รา ที่มีพิษ ซึ่งชอบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน
ขณะที่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง ได้ออกมาเตือนประชาชน ถึงการรับประทานไข่แมงดาทะเล เพราะระวังเจอไข่แมงดาถ้วย โดยจากข้อมูลทางวิชาการ พบว่า สารพิษที่พบอยู่ในเนื้อและไข่ของ แมงดาถ้วย คือ สารเทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) และสารซาซิท็อกซิน (Saxitoxin) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า เป็นสารที่ส่งผลต่อระบบควบคุมการหายใจ ถึงขั้นเสียชีวิต
นอกจากนั้นทางกรมประมงได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนว่า เพื่อความปลอดภัยหากต้องการรับประทานขอให้เลือกแมงดาจาน ที่มีลักษณะ ลำตัวขนาดใหญ่กว่าแมงดาถ้วย พื้นผิวด้านบนเรียบ มีสีน้ำตาลอมเขียว มีหางเหลี่ยม มีสัน และหนามเรียงกัน เป็นแถวคล้ายฟันเลื่อย
ส ส่วนแมงดาถ้วย ไม่แนะนำให้รับประทาน และงดรับประทานไข่แมงดาทะเลที่อยู่ในลักษณะบรรจุหีบห่อ โดยไม่เห็นตัวและหางของแมงดา โดยเด็ดขาด
และไม่ควรซื้อไข่แมงดาทะเลมาปรุงอาหารรับประทานเอง หากอยากรับประทานไข่แมงดาทะเลมาก แนะนำให้ไปที่ร้านอาหารทะเลที่ปรุงสำเร็จจะดีกว่า เพราะร้านอาหารทะเลจะมีความชำนาญในการสังเกตและเลือกไข่แมงดาที่ปลอดภัยมาขายได้ดีกว่าผู้บริโภคทั่วไป