นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์ระหว่างไปร่วมพิธีรำลึก 44 ปี 6 ต.ค. 2519 ว่า ยังไม่ได้รับการประสานงาน ให้เข้าพูดคุยกับ คณะกรรมาธิการศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ย้ำว่า ต่อให้ได้รับการประสานงาน ก็จะไม่ไป เพราะ เชื่อว่า การตั้งคณะกรรมาธิการ เป็นเพียงการประวิงเวลา ส่วนตัวมองว่า ไม่ควรมีการศึกษาอะไรอีก เพราะ ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายศึกษารัฐธรรมนูญกันมานานแล้ว
ขณะที่ การประชุม คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ที่ประชุมเชิญ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาให้ข้อมูล
ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า วันนี้ไม่มีตัวแทนฝ่ายค้านมาร่วมประชุม ทำให้การทำงานเป็นได้ด้วยความยากลำบากไม่รอบด้าน พร้อมตั้งคำถามถึงฝ่ายค้าน ว่า สาเหตุที่ไม่มาร่วมประชุม เพราะ ไม่มีเจตนาไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นอกจากนี้ยังต่อว่า พรรคฝ่ายค้าน ว่า ไม่เคารพประชาธิปไตย
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า การประชุมคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นชุดทำงานย่อยของคณะกรรมาธิการ มีการเสนอชื่อ อนุกรรมาธิการเพิ่มเติม 3 คน ประกอบด้วย นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.ชมพูนุท ตั้งถาวร นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า และ นางวลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ น้องสาวของนายวิรัตน์ ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการชุดใหญ่
ที่ประชุม มีข้อสรุปตั้งประเด็นเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการทำประชามติ 5 ประเด็น คือ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 ที่เสนอพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาล ขัดกับรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้หรือไม่ การทำจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ต้องออกเสียงประชามติก่อนหรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขรายมาตราที่ฝ่ายค้าเสนอ ขัดกับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ขอให้แก้ไขทั้งฉบับโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือส.ส.ร.หรือไม่ ส.ส.สามารถลงลายชื่อในญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมากกว่าหนึ่งญัตติได้หรือไม่ และ หากมีการตั้งส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร.สามารถแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่รัฐสภาไม่รับหลักการได้หรือไม่