นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์กล่าวระหว่างพิธีลงเสาเอกเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า โรงงานแห่งนี้ใช้งบลงทุน 400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 9,100 ล้านบาท) และคาดว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้สูงสุดปีละ 30,000 คัน ภายในปี 2025
สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่รถยนต์มีราคาแพงที่สุดในโลก และไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ แต่มีแผนที่จะเลิกใช้รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากน้ำมันภายในปี 2040 และหวังพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชะลอผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
ผู้นำสิงคโปร์ ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีห่วงโซ่การผลิตที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป โดยมีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่าและมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของสิงคโปร์
ด้านโฆษกของฮุนได ยืนยันเป้าหมายการผลิตที่ 30,000 คันต่อปี แต่ต้องดูกำลังผลิตที่แน่นอนอีกที ขณะที่ตัวโรงงานมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2022 โดยมุ่งให้เป็นโรงงานที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนเท่ากับศูนย์ ด้วยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และไฮโดรเจน และจะใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ รวมถึงจะมีสนามทดสอบให้ผู้ซื้อได้ทดลองขับรถด้วย
ก่อนหน้านี้ บริษัทไดสันของอังกฤษเคยมีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในสิงคโปร์เช่นกัน แต่ก็ยกเลิกไป โดยให้เหตุผลว่าไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์