เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์แห่งนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายฝ่ายค่อนข้างกังวลว่าจะเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายหรือไม่ เพราะว่าเป็นจุดที่ กลุ่มผู้ชุมนุมที่มารอรับเสด็จปักหลักอยู่และหากผู้ชุมนุมคณะราษฎร2563 จะเดินเคลื่อนขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาล ก็อาจจะต้องเคลื่อนผ่านจุดนี้ด้วย แต่ล่าสุด แกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายที่มารอรับเสด็จยืนยันว่าวันนี้จะไม่มีม็อบชนม็อบแน่นอน
ขณะที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมารอรับเสด็จฯ ทยอยเดินทางมาปักหลักตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มแรกที่มาถึง ก็คือกลุ่มของอดีตพระพุทธะอิสระที่เดินทางมาตั้งโรงทานบริเวณนี้ด้วย
หลังจากนั้นก็มีประชาชนเดินทางมาสมทบเรื่อย เช่น เครือข่ายไฟฟ้า ประปา และยาเพื่อชาติ ประชาชน และสหภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวง ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์และโบกธงมารวมตัวที่จุดชุมนุม
นายคมสัน ทองศิริ ประธานเครือข่ายไฟฟ้าประปาและยา เพื่อชาติ ประชาชน ยืนยันว่า ภารกิจที่มาวันนี้ก็คือการมารอรับเสด็จในช่วงเย็น ซึ่งทางกลุ่มมีจุดยืน คือเพื่อปกป้องสถาบัน ไม่ได้มีเจตนา นำพาสถานการณ์ไปสู่การปะทะ และเชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาวันนี้ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ปะทะแน่นอน
ขณะที่กลุ่มของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ก็ได้เดินทางมาถึงที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์แล้วเช่นกัน โดย พล.ต.นพ.เหรียญทอง ยืนยันว่าการเดินทางมาวันนี้เพียงแค่มาแสดงความจงรักภักดีเท่านั้นพร้อมกับนำรถพยาบาลมาช่วยดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมหากมีการเป็นลมเกิดขึ้นระหว่างที่รอรับเสด็จ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก
ส่วนบริเวณถัดจาก สะพานมัฆวานรังสรรค์ไปเล็กน้อยคือบริเวณด้านหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทีมข่าวสังเกตพบว่ามีรถของตำรวจจากหลายพื้นที่ มาจอดอยู่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังเข้ามาไม่น้อย ซึ่งนอกจากรถตำรวจแล้วยังมีรถควบคุมฝูงชน รถที่ติดตั้งเครื่องกระจายเสียง ซ้อมแปป ๆ ด้านข้างว่า "ให้เลิกการชุมนุมสาธารณะ" ซึ่งคาดว่าน่าจะเตรียมไว้เพื่อยุติการชุมนุม