ตร.ดักรวบ 6 พนักงานบริษัทให้เช่าเครื่องขยายเสียงเวทีชุมนุม ฐานมั่วสุมฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ภายหลังยุติการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนประมาณ 7 คน ซึ่งเป็นพนักงานเครื่องเสียง และชายที่ตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยข้อมูลการจับกุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในช่วงระหว่างการชุมนุม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมชายคนหนึ่ง วัย 46 ปี ซึ่งกำลังเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุม แต่ได้ไปตะโกนต่อว่าตำรวจ ซึ่งกำลังประกาศชี้แจงผู้ชุมนุม โดยตะโกนคำว่า “ขี้ข้าเผด็จการ”  พร้อมกับชูสามนิ้วใส่ ใกล้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้เขาถูกจับกุมทันที จากนั้นได้ถูกส่งตัวมาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.ภาค 1) ในเวลาราว 20.30 น. เบื้องต้นได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป  จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย

โดยจากนั้นเมื่อเวลา 00.20 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการชุมนุม มีรายงานว่าได้มีประชาชนจำนวน 6 คน ถูกจับกุมตัวไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 แบ่งเป็น ผู้ชาย 5 คน และผู้หญิง 1 คน  ซึ่งทั้ง 6 คน ระบุว่าเป็นลูกจ้างของบริษัทเครื่องเสียงที่ใช้ในการชุมนุม โดยเดินทางมาจากจังหวัดอยุธยาเพื่อเก็บอุปกรณ์เครื่องเสียง หลังจากเก็บของและเดินทางออกจากจุดตั้งเครื่องเสียงได้ประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างรถติดไฟแดงได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดักที่หน้ารถและขอให้จอด ก่อนเจ้าหน้าที่จะแสดงตัวและจับกุมตัวทั้ง 6 คน โดยพาไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ก่อนที่จะส่งตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่ บก.ตชด.ภาค 1 กลางดึกคืนที่ผ่านมา 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มจัดทำบันทึกการจับกุมตัวทั้ง 6 คน โดยมีรายละเอียดระบุว่า ผู้ถูกจับกุมทั้ง 6 คน ถูกจับกุมวันที่ 15 ต.ค. 63 เวลาประมาณ 22.30 น. บริเวณใกล้แยกอุรุพงษ์ ด้วยข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ให้การภาคเสธตั้งแต่ในชั้นจับกุม

สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุมทั้ง 6 คน พนักงานสอบสวนระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลพร้อมเครื่องขยายเสียง เข้ามายังพื้นที่ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อใช้เป็นเวทีปราศรัยในที่ชุมนุม ระหว่างนั้นได้มีแกนนําของผู้ชุมนุมใช้รถยนต์คันดังกล่าวเป็นเวทีปราศรัยโจมตีการทํางานของรัฐบาล โดยมีผู้ต้องหาที่ 2-6 อยู่ร่วมในการชุมนุมใกล้รถคันดังกล่าว ในระหว่างนั้นผู้ต้องหาบางคนได้แสดงสัญลักษณ์โดยการชู 3 นิ้ว ช่วงที่ร่วมชุมนุม

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. แกนนําได้ประกาศยุติการชุมนุมปราศรัยโจมตีรัฐบาล และแยกย้ายกัน โดยผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมด้วยผู้ต้องที่ 2-6 นั่งโดยสารมาด้วยออกจากพื้นที่ชุมนุม แยกราชประสงค์และออกจากพื้นที่ชุมนุม จึงถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งได้ตรวจค้นตัวและรถยนต์แล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ แต่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าถูกว่าจ้างให้นํารถยนต์มาใช้เป็นเวทีปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ทั้งนี้หลังจัดทำบันทึกจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คน เสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา พร้อมด้วยทนายความจนเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 06.00 น.

ล่าสุดขณะนี้ผู้ถูกจับกุมทั้ง 7 คน ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ใน บก.ตชด.ภาค 1 เพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โดยจะขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ในชั้นพนักงานสอบสวน หากไม่ได้รับการประกันตัวทางพนักงานสอบสวนก็จะส่งตัวทั้ง 7 คน เพื่อขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

ประกาศ “เคอร์ฟิว” หากสถานการณ์ บานปลาย นายกฯลั่น “ไม่ออก”

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ตะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรที่ชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ กระทั่งมีการประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 22.00 น. ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางกลับ ซึ่งการดูแลการชุมนุมวันนี้ตำรวจได้ใช้กำลัง 15 กองร้อย จำนวน 2,325 นาย ในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม ซึ่งถือว่าสามารถดูแลการชุมนุมให้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่เกิดการวุ่นวายหรือกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น การชุมนุมดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงถือว่าความผิดเกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่มาชุมนุมจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ซึ่งตำรวจได้มีการบันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ส่วนจะมีการดำเนินคดีเมื่อไรอย่างไรก็จะต้องมีการพิจารณา ส่วนกลุ่มวันนี้จากการประเมินตามหลักวิทยาศาสตร์มีประมาณกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นไปตามที่มีการประเมินของเจ้าหน้าที่

โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ฝากถึงประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่าขอให้คิดให้รอบคอบ เนื่องจากหากมีการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจะมีประวัติติดตัว และมีผลกระทบต่อไปในอนาคต โดยประชาชนที่จะนำรถบรรทุกน้ำ อาหาร รถขยายเสียงเข้ามาในพื้นที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายในวันพรุ่งนี้

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า แกนนำที่ถูกควบคุมตัวยังอยู่ที่ 22 ราย แบ่งเป็นแกนนำที่ถูกจับกุมตามหมายจับ 4 ราย / รวมถึงแนวร่วมที่มีความผิดซึ่งหน้าจำนวน 18 คน โดยจะส่งห้องฝากขังดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ระยอง ถูกตำรวจควบคุมตัวนั้นตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้

ดีอีเอส เตือน ไลฟ์สด ระวังผิดพ.ร.บ.คอมฯ-พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนได้พังประตูเหล็กสกายวอล์ก บริเวณทางเชื่อมระหว่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงพยาบาลตำรวจ มุ่งหน้าบีทีเอสสยาม การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดเนื่องจากเป็นการกระทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ยอกจากนี้ยังพบผู้ชุมนุมนำกระดาษไปปิดกล้องวงจรปิดอีกด้วย พร้อมขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลมาให้ดี ๆ เพราะหากถูกดำเนินคดีไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยขอให้ไปศึกษากับทางแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้

ส่วนกรณีผู้ชุมนุมกดดันให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่ถูกดำเนินคดีนั้น รองโฆษก ตร. ยืนยันว่าการปล่อยตัวจะต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำผิดก็จะไม่ถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ