ขณะที่ภาคเอกชน ประสานเสียงเห็นด้วยรัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนธนาคารพาณิชย์ขานรับแบงก์ชาติ เตรียมช่วยเหลือลูกหนี้ขยายเวลาชำระหนี้อีก 6 เดือนเป็นรายกรณี
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การชุมนุม ถือว่ามีความไม่แน่นอนสูง เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในทุกด้าน ทั้งการลงทุน ท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้ความสามารถในการจัดการลดลง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีศักยภาพรองรับแรงกดดันที่เกิดขึ้นได้อยู่
ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. โดยมีนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้มีความเห็นถึงการชุมนุมทางการเมืองระหว่างร่วมแถลงข่าวโครงการพักชำระหนี้ ระบุว่า อยากให้ประเทศไทยสงบสุข ท่าทีล่าสุดของรัฐบาลที่มีการผ่อนปรนให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 26-27 ต.ค. นี้ ทั้ง 3 สถาบัน มองว่าการคุยกันถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเชื่อว่าหากสถานการณ์สงบความเชื่อมั่นก็จะกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 อย่างไรก็ตามกลุ่มที่ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้หลังหมดโครงการ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้เป็นรายกรณี ได้อีกไม่เกิน 6 เดือน นับจากสิ้นปี 2563 พร้อมกับออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์จัดชั้นลูกหนี้ถึงสิ้นปี 2563 สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPL