เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 ศาลแพ่ง ได้นัดฟังคำสั่ง ตามคำร้องขอให้ไต่สวนฉุกเฉินกรณีประกาศบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ กทม. รวม 3 สำนวน ประกอบด้วยสำนวนของหมอชลน่าน ศรีแก้ว /นายวัชระ เพชรทอง และสำนวนของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งล่าสุดศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้รับคำร้องของทั้ง 3 สำนวนคดี ที่ยื่นฟ้องว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมนัดไต่สวนฉุกเฉินในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. ของวันนี้
ด้าน นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา ในฐานะทนายความซึ่งได้เดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตนเอง ระบุว่า ตนได้ยื่นคำร้องขอสำนวนนี้ไปยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน เพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากมีความผิดจริง นายกรัฐมนตรีก็จะถือว่าละเมิดรัฐธรรมนูญในการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนการนัดไต่สวนฉุกเฉินของศาลแพ่งในวันนี้ มีความคาดหวังว่าศาลจะมีคำสั่งที่เป็นทางออกของปัญหาในขณะนี้
ขณะเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความ ก็มาฟังคำสั่งของศาลเช่นกัน โดยเปิดเผยว่า มั่นใจว่าวันนี้ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระหว่างที่มีการยื่นฟ้องดำเนินคดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บังคับใช้กฎหมายฉบับนี้โดยมิชอบ และมีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกมาแถลงว่าจะยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ตั้งขอสังเกตุว่าทำไมจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด
ส่วนกรณีหากจะต้องรอถึงการเปิดประชุมสภา สมัยวิสามัญ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ นพ.ชลน่าน มองว่า เป็นระยะเวลาที่นานเกินไป แต่ช่องทางของศาลน่าจะเป็นช่องทางที่มีความรวดเร็วเด็ดขาดมากกว่า
โดยเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.63) นายกรัฐมนตรี แถลงระบุว่า จะขอให้ถอยคนละก้าวนั้นก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากนัก เพราะเป็นเหมือนการสร้างเงื่อนไข และจะทำให้เป็นการกระตุ้นให้มวลชนออกมามากยิ่งขึ้น รวมทั้งไม่เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดเลย
ขณะที่ กลุ่มนิสิตนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มายื่นฟ้องอีกสำนวนหนึ่ง ก็ได้ร่วมมาฟังคำสั่งของศาลเช่นกัน และแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะประกาศขอให้ถอยคนละก้าว ทางกลุ่มยังไม่ได้พูดคุยหารือกัน แต่