ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง แถลงว่า มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้เป็นอย่างน้อย โดยห้ามประชาชนออกจากบ้าน ยกเว้นในบางกรณี ได้แก่การซื้อสินค้าจำเป็น พบแพทย์ หรือ ออกกำลังกายแต่ต้องไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ส่วนการออกไปทำงาน จะอนุญาตให้สำหรับผู้ที่นายจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ยังเปิดทำการสอนตามปกติ
โดยมาตรการล็อกดาวน์รอบแรกของฝรั่งเศสเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. บังคับใช้เป็นเวลานานนาน 8 สัปดาห์ ซึ่งได้ผลในการลดจำนวนผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่เมื่อผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง
ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มาครง ประกาศห้ามประชาชนในกรุงปารีส และหลายเมืองใหญ่ ออกจากบ้านในช่วงกลางคืน แต่ยังไม่สามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น
สำหรับฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า 35,000 คน สูงสุดเป็นอันดับ 7 ของโลก โดยเมื่อวันอังคารพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเพิ่มอีก 523 คน มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. ขณะที่แพทย์เตือนว่าห้องไอซียูอาจไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อีกต่อไป