วันนี้ (30 มิ.ย. 58) เรือประมงในจังหวัดสมุทรสงครามหลายลำทยอยจอดเทียบท่าเรือเป็นจำนวนมากแล้ว โดยเรือเหล่านี้จะไม่กลับออกไปจับสัตว์น้ำอีก จนกว่าจะมีข้อสรุปที่แน่ชัดออกมา เจ้าของเรือประมงพาณิชย์รายหนึ่งเผยว่า ไม่ทราบว่าเมื่อไรจะได้กลับไปทำประมงอีก ท้ายที่สุดเขาต้องขายเรือเพื่อนำเงินมาลงทุนธุรกิจอื่น แต่สิ่งที่ห่วงมากที่สุด คือลูกจ้างของเขานั่นเอง
ในขณะเดียวกันเรือประมงในจังหวัดอื่น เช่น จังหวัดสงขลา ก็จอดเทียบท่าเรือเพื่อรอมติจากสมาคมประมงประจำจังหวัด ซึ่งจะหารือ และรับมือกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่ในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ทำให้ผู้ประกอบการแพปลาต้องหยุดกิจการชั่วคราวไปด้วย
เช่นเดียวกับจังหวัดนครศรีธรรมราช เรือประมงกว่า 500 ลำ ก็หยุดออกไปจับสัตว์น้ำ โดยเรือประมงจอดเทียบท่าอยู่เกือบเต็มพื้นที่บริเวณปากน้ำบางแพง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม
ภาวะที่เรือประมงจอดนิ่งเช่นนี้ ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ คือ ภาวะขาดแคลนอาหารทะเลในตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และการส่งออกได้ แต่ชาวประมงพื้นบ้านบางส่วน กลับมองว่า นี่อาจเป็นโอกาสให้ท้องทะเลได้มีการพักฟื้นหลังจากถูกทำลายโดยเครื่องมือจับสัตว์น้ำมาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังทำให้สัตว์น้ำได้เจริญเติบโตตามวัยในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย