จากกรณีผู้ร้ายก่อเหตุปล้นร้านสะดวกซื้อ 7 แห่งในเวลาใกล้เคียง และก็ยังเกิดการปล้นร้านอาหารในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งล่าสุดตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ พฤติกรรมดังกล่าวนักวิชาการด้านอาชญาวิทยา ชี้ว่า เป็นการเลียนแบบภาพยนตร์ เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกจับเหมือนกับความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้นในภาพยนต์
คดีแรกกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ ก่อเหตุลักทรัพย์ ร้านอาหารในปั๊มน้ำมันย่านเกษตร-นวมินทร์ เมื่อคืนวันที่ 9 ก.ค. ราว 4 ทุ่มครึ่งในภาพผู้ก่อเหตุงัดประตูทบริเวณด้านหลัสงร้าน ก่อนนำเงินในตู้เซฟใส่ถึง พร้อมสวมเสื้อแจ็กเกตของพนักงาน เดินกลับออกมาขับรถจักรยานยนต์ หลบหนีทั้งนี้ผู้จัดการร้านตั้งข้อสังเกตุว่า คนร้ายอาจเป็นคนในพื้นที่ ที่เคยก่อเหตุมาแล้ว อีกทั้งบริเวรนี้เป็นพื้นเสี่ยงต่อการถูกปล้น เพราะอยู่ไกลจากสถานีตำรวจเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในวันและเวลาใกล้คียงกับ กรณีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 7 แห่ง ที่ผู้ก่อเหตุมีแสดงพฤติกรรมยกมือไหว้พนักงานและกล้องวงจรปิดหลังได้เงิน
ทั้งนี้จากพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น นักวิชาการด้านอาชญาวิทยา วิเคราะห์ว่า ทั้ง 2 สองเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ชัดเจน แต่กันตรงที่พฤติกรรมของกลุ่มคนที่ปล้นร้านสะดวกซื้อ 7 แห่ง มีการแสดงออกและแผนการก่อเหตุในลักษณะเลียนแบบภาพยนตร์
ข้อมูลจากการติดตามพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุลักษณะนี้พบว่ามีจำนวนมาก เพราะเชื่อว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการแสดงจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกจับกุม แต่บทสรุปของทุกรายก็ลงเอยด้วยการถูกจับ เนื่องจากการทำคดีในโลกของความเป็นจริง ไม่ได้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้สร้างภาพยนต์
ล่าสุด สถานีตำรวจนครบาล ดินแดง สามารถจับกุม 2 คนร้าย ในพื้นที่ดินแดง พญาไท และบางซื่อได้แล้ว โดยผู้ก่อเหตุ คือ นายฤทธิเกียรติ ศิริจันทร์ อายุ 20 ปี ผู้ที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ และนายอรรถพันธ์ คมขำ อายุ 19 ปี ผู้ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมยึดของกลางเป็นบัตรเติมเงิน และเงินสดจำนวนหนึ่ง คนร้ายสารภาพว่า ไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน และสาเหตุที่ยกมือไหว้นั้น เป็นเพราะ ต้องการขอบคุณพนักงานที่ไม่ขัดขืน