วันนี้ (16 ก.ค. 58) นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในขณะนี้ว่าได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ส่วนการเยียวยาเกษตรกรในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งในขณะนี้คิดจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินโดยตรงให้กับเกษตรกร
แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่ช่วยเหลือเพื่อให้สามารถลงทุนเพาะปลูกได้ในฤดูกาลผลิตหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเมล็ดพันธุ์ไว้แจก การเตรียมส่งทหารช่วยเหลือด้านแรงงานเพื่อลดต้นทุนในการเพาะปลูก การพักชำระหนี้ และการเตรียมและแหล่งสินเชื่อไม่เสียดอกเบี้ยเตรียมไว้ให้กับเกษตรกร
เหตุผลสำคัญที่จะไม่ชดเชยเป็นตัวเงิน เนื่องจากต้องการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะยาวให้พึ่งตนเองได้และไม่ต้องการให้มีลักษณะการดำเนินนโยบายแบบประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มา
นอกจากการออกมาตรการชดเชยเป็นตัวเงิน ก็มีข้อเสนอให้ใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ฉบับปี 2556 เป็นเครื่องมือในการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังจังหวัดต่างๆ ของทีมข่าว PPTV HD พบว่าแทบทุกจังหวัดยังไม่การดำเนินในแนวทางนี้และดูเหมือนว่าทางจังหวัดก็กำลังรอความชัดเจนจากนโยบายส่วนกลางอยู่
ตามเนื้อหาของระเบียบฉบับดังกล่าว ให้อำนาจนาจกับ 2 บุคคลในการขอใช้งบประมาณและประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
โดยมีหลักเกณฑ์ที่ให้นิยามการใช้อำนาจประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินและขอใช้งบประมาณ โดยภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง และภาวะฝนแล้งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้อยู่ในเงื่อนไข
ด้าน รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ มองว่า หากใช้งบประมาณส่วนนี้ชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้นเป็นสิ่งที่ ทำได้ทันทีและมีความจำเป็น ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องให้สัญญาณกับข้าราชการที่มีอำนาจ โดยเห็นว่าการจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบนี้หรือแม้แต่ชดเชยพิเศษในเวลานี้ ไม่ใช่การดำเนินนโยบายประชานิยม แต่เป็นการใช้ภาษีของคนเมืองช่วยเหลือเกษตรกรในฐานะผู้เสียสละ อีกทั้งแนวทางทั้งหมดยังเป็นข้อเสนอที่สวนทางกับท่าทีของรัฐบาล หากดูสัญญาณที่มาจากท่าทีของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อช่วยบ่ายที่ผ่านมา