วันนี้ ( 20 ก.ค.58 เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัย กรณีมีผู้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด และอดีตอธิบดีกรมการศาสนาว่าไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่มีพระราชวินิจฉัยกรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเบียดบังทรัพย์ไปเป็นของตนเอง
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่ระบุชัดเจนว่าพระธัมมชโยอยู่ในสถานะเป็นพระสงฆ์ที่ปาราชิกแล้ว แม้จะมีการดำเนินการคืนทรัพย์สินให้กับวัดธรรมกายแล้วก็ตาม สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงจะทำความเห็นเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวดำเนินการตามขั้นตอนให้เป็นไปตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช โดยไม่ต้องรอขั้นตอนของมหาเถรสมาคม
ทั้งนี้พระสังฆราชมีพระลิขิต ฉบับลงวันที่ 26 เม.ย. 1 พ.ค. และ 10 พ.ค. 2542 ระบุว่า พระธัมมชโยควรคืนทรัพย์สินให้วัด ซึ่งจะไม่ถือว่ามีโทษเพราะอาจไม่มีเจตนา แต่หากไม่ยอมคืนทรัพย์สินดังกล่าว ถือได้ว่าจงใจเอาทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของตัวเอง ถือได้ว่าพระธัมมชโยไม่เป็นสมณะ ย่อมต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ซึ่งพระลิขิตดังกล่าวถือว่าเป็นกฎหมายตามพ.ร.บ.คณะ