วันนี้ (29 ก.ค. 58) ที่ตลาดสดแม่กิมเฮง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา บรรยากาศการเลือกซื้อเทียนพรรษาและเครื่องสังฆภัณฑ์เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีประชาชนออกมาเลือกซื้อเทียนพรรษาเพื่อนำไปถวายตามวัดต่างๆ น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ซื้อเทียนพรรษาขนาดเล็กลง จากเดิมที่เคยซื้อเทียนพรรษาสูง 2-3 เมตร ในราคาคู่ละ 1,500 ถึง 2,000 บาท ก็หันมาเลือกซื้อเทียนพรรษาขนาดตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ในราคาคู่ละ 159 ถึง 700 บาทแทน จนส่งผลให้ยอดจำหน่ายเทียนพรรษาลดลงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว
ร้านจำหน่ายเทียนพรรษาและเครื่องสังฆภัณฑ์เจ้าหนึ่งในตลาดสดแม่กิมเฮง เปิดเผยว่า ปีนี้ตนเองได้สั่งเทียนพรรษาน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งราคาเทียนก็ยังคงมีการปรับขึ้นอย่างละ 5-10 บาท แต่ทางร้านของตนได้มีการสั่งเทียนที่มีราคาถูกไว้เป็นอีกทางเลือกด้วย
เช่นเดียวกันกับที่ จ.อุทัยธานี เจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีรายหนึ่งเผยว่า บรรยากาศการหาซื้อธูป เทียน เทียนพรรษาทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และผ้าอาบน้ำฝน รวมถึงเครื่องสังฆทาน ปีนี้ ค่อนข้างเงียบเหงา มีการหาซื้อน้อยลงกว่าปีก่อนๆ โดยเชื่อว่าเป็นผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่ทำให้ชาวนาทำนาทำไร่ไม่ได้ จึงขาดรายได้จากการทำนา โดยตนได้สั่งสินค้ามาเพียงแค่พอจำหน่ายเท่านั้น สำหรับราคาเทียนพรรษา และเครื่องสังฆภัณฑ์ ยังคงจำหน่ายในราคาเดิมเท่ากับปีที่แล้วไม่ได้มีการปรับขึ้นราคา
สำหรับดอกบัวที่ใช้สำหรับทำบุญไหว้พระ มีราคาแพงขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา เช่นที่จังหวัดพิจิตร นายวันชัย โพคินนภัค เจ้าของร้านดอกไม้สดบริเวณตลาดเทศบาลเมืองพิจิตร บอกว่า ปีนี้ ดอกบัวในบึงสีไฟซึ่งเป็นแหล่งปลูกดอกบัวแหล่งใหญ่ของจังหวัด เกิดเหี่ยวเฉาตายหมดทั้งบึงเนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้ง จึงทำให้ดอกบัวในช่วงนี้ขาดตลาด ซึ่งตนต้องแก้ปัญหาโดยสั่งดอกบัวมาจากจังหวัดใกล้เคียง มาจำหน่าย และค่อนข้างมีจำนวนจำกัด โดยในปีนี้ จำเป็นต้องขึ้นราคาเป็นดอกละ 30 บาท จากเดิมที่จำหน่ายเพียงดอกละประมาณ 15-20 บาท อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีราคาแพง พุทธศาสนิกชนในจังหวัดพิจิตรยังนิยมเลือกซื้อดอกบัวกันเช่นเคย