บรรยากาศ ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 1/69 ยังเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง
เช็กบรรยากาศ ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 1/69 CGSI มอง ยังเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง แนะเลือกหุ้นปลอดภัย
ประเทศไทยจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. พ.ศ. 2569 เป็นปัจจัยทางการเมืองที่จะเข้ามามีผลต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1/25พ.ศ. 2569 โดยฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เชื่อว่าปัจจัยลบทางการเมืองช่วงสองสามเดือนข้างหน้า จะยังกดดันตลาดหุ้นไทยและอาจทำให้มีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิ 6 พันล้านบาทในเดือน ธ.ค.พ.ศ. 2568 แต่ยังคงขายสุทธิ 1.07 แสนล้านบาทในปี พ.ศ. 2568
ซึ่งหากดูทิศทางทางการเมือง จะเห็นว่า ผลสำรวจของนิด้าโพลที่จัดทำขึ้นช่วงกลางเดือนธ.ค.พ.ศ. 2568 ชี้ว่าแม้พรรคประชาชนจะยังมีคะแนนนิยมนำหน้าพรรคการเมืองอื่น แต่คะแนนนิยมของพรรคเริ่มลดลง นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนมากขึ้น จึงเชื่อว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาชนเริ่มลดลงหลังโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเดือนก.ย. พ.ศ. 2568
รวมทั้ง เชื่อว่าคนไทยบางส่วนอาจไม่พอใจกับท่าทีของพรรคประชาชนที่มีต่อทหารไทยในช่วงที่มีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้จะเริ่มอ่อนลงในภายหลัง ดังนั้น จึงมองว่ายังต้องรอดูว่าพรรคประชาชนจะสามารถเรียกคืนคะแนนนิยมจากประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพรรคประชาชนน่าจะยังเป็นพรรคใหญ่ที่สุด (มีจำนวนส.ส.ในสภามากที่สุด) หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ตามด้วยพรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ หากเป็นไปตามโพล แต่พรรคประชาชนน่าจะยังมีที่นั่งในสภาไม่พอจัดตั้งรัฐบาลแบบพรรคเดียวได้
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยน่าจะไม่เข้าร่วมกับพรรคประชาชนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เพราะประกาศไว้ว่าจะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ต้องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งน่าจะหมายถึงพรรคประชาชน
ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ฯ จึงเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยอาจจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่รวมพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยกล่าวว่าจะไม่ทำงานร่วมกับพรรคกล้าธรรม จึงมองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะยังมีอยู่จนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงกลางเดือน เม.ย.พ.ศ. 2569
ซึ่งหากแนะนำการลงทุน ให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มการแพทย์, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มธนาคาร ขณะที่แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุน (Underweight) ในกลุ่มพลังงาน, กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ส่วนหุ้น Top pick ได้แก่ ADVANC, BCPG, BDMS, CPN, MOSHI, MTC, PR9, SCB และ TRUE
แม้ว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะกดดันตลาดหุ้นในไตรมาส 1/พ.ศ. 2569 แต่เชื่อว่า downside มีจำกัด เนื่องจาก ดัชนี SET ปรับตัวลง 10% ในปี พ.ศ. 2568 และปรับตัวลง 22% นับจากสิ้นปี 65 ปัจจุบัน SET ซื้อขายอยู่ที่ P/E 14 เท่าในปี พ.ศ. 2569 หรือประมาณ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมหุ้น DELTA SET จะซื้อขายอยู่ที่ P/E ประมาณ 12.6 เท่าในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเชื่อว่ายังน่าสนใจ
ดังนั้น จึงคงเป้าดัชนี SET ในสิ้นปี พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 1,400 จุด หรือเท่ากับ P/E 15 เท่าในปี 70 หรือ -0.75SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมองว่ารัฐบาลใหม่ที่มีพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นการซื้อขายในตลาด ส่วนกรณีหากมีการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างไทยและกัมพูชา รวมทั้งหากเลื่อนกำหนดการเลือกตั้ง อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB