รับมือภัยแล้งยืดเยื้อ-น้ำใน 4 เขื่อนหลักเหลือเพียง 3,200 ลบ.ม.(คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Bigstory! รับมือภัยแล้งยืดเยื้อ น้ำใน 4 เขื่อนหลักเหลือเพียง 3,200 ล้านลบ.ม. ขณะที่ 8 มาตรการภาครัฐยังไม่สร้างความเชื่อมั่นให้ชาวนา

ลุ่มเจ้าพระยาเตรียมเผชิญภัยแล้ง

สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก หลังปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ขณะนี้เหลือเพียง 3,200 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ว่าเดือนนี้ฝนจะตกมากขึ้น เแต่ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ชาวนาจังหวัดพิจิตร รวมตัวปิดประตูระบายน้ำ เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอทับคล้อ เปิดประตูระบายน้ำในลำคลอง เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกข้าวเกือบ 1 แสนไร่ในพื้นที่ 4 ตำบลของอำเภอตะพานหิน ในพื้นที่ลาดเชิงเขาติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์กำลังจะยืนต้นตาย เพราะขาดแคลนน้ำไปหล่อเลี้ยงลำต้น ที่ผ่านมาชาวนาประสานขอเปิดน้ำหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ต้องเดินทางมาช่วยเจรจากับชาวบ้าน และให้นายอำเภอทับคล้อ เปิดประตูระบายน้ำชั่วคราวเป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมง ทำให้กลุ่มชาวนาพึงพอใจและแยกย้ายกันกลับ

ที่จังหวัดชัยนาท นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ไปติดตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสระเก็บน้ำดอนเขารัก ซึ่งเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซากโดยให้เร่งดำเนินการขุดสระทั้ง 2 แห่ง ให้เสร็จภายในสิ้นปี 58 นี้ เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำในการผลิตน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองมะโมง

สระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ อยู่บนเนื้อที่ 400ไร่ ส่วนสระเก็บน้ำดอนเขารัก เนื้อที่ 60 ไร่ จะสามารถกักเก็บน้ำได้กว่า 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร มีเป้าหมายดูแลพื้นที่การเกษตร 2,500 ไร่

8 มาตรการรับภัยแล้ง ยัง "งด" ทำนาปรัง

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงสถานการณ์ภัยแล้งวันนี้ (8 ต.ค.58) ยอมรับว่าน้ำที่มีอยู่ในเขื่อน มีเพียง 3,200 –3,300 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้เป็นน้ำกิน น้ำใช้เท่านั้น แม้ที่ผ่านมา ฝนจะตกในปริมาณมาก ชก็ตาม นั่นหมายความว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 58 เราจะเข้าสู่ภัยแล้ง เต็มรูปแบบ

ในวันนี้ (8 ต.ค.58) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงต้องประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำให้ทำความเข้าใจกับชาวนา และให้นำ 8 มาตรการ รับมือภัยแล้งไปปฏิบัติ

มาตรการ 8 ข้อ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุม เน้นย้ำสำหรับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการประชุมด้วยระบบวีดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์

จะเห็นว่า ทั้ง 8 มาตรการ ไม่มีมาตรการใดพูดถึง "การทำนา" เพราะจากสถานการณ์ ตัวเลขปริมาตรน้ำในเขื่อนปีนี้ ถือว่า "ปิดประตู" การทำนาปรังไปแล้ว ยังคงมีนาปีที่ทำกันอยู่ในขณะนี้เท่านั้นที่อาจจะทำได้โดยอาศัยน้ำจากน้ำฝน ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุในช่วงที่ผ่านมา แต่จะเห็นได้ว่า การปล่อยน้ำจากเขื่อนหลักทั้ง 4 เขื่อน มีปริมาณที่น้อยมากและเป็นการปล่อยน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคเท่านั้น

ดังนั้นจะเห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมา 4 ข้อ แรกนี้ เน้นไปที่การพักชำระหนี้ และให้หารายได้จากอาชีพอื่นแทน

เช่นเดียวกัน เมื่อดู 4 ข้อหลัง พูดถึงการประหยัดน้ำ และหาแหล่งน้ำสำรอง แต่การเยียวยา หรืการให้สินเชื่อเงินกู้ ถูกวางไว้ เป็นแนวทาง "อื่น" หมายความว่า ใช้มาตรการ 7 ข้อแรกก่อน

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีเกษตรฯ ยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้วิกฤติแล้ว พื้นที่น่าเป็นห่วงคือ 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา และควรใช้ 8 มาตรการนี้ให้เกิดประสิทธิผล โดยเน้นไปที่มาตรการให้ชุมชนเสนอโครงการแก้ไขภัยแล้ง

ชาวนาพระนครศรีอยุธยา เสี่ยงทำนาจากหน้าฝน ไม่เชื่อ 8 มาตรการ

แม้ว่าภัยแล้งรอบนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมการแก้ปัญหาไว้ตั้งแต่เวลานี้หลังเห็นปริมาตรน้ำในเขื่อนน้อยกว่าปีที่แล้วเกือบเท่าตัว และ 8 มาตรการที่ออกมา ก็เป็นความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้เกษตรกรมีรายได้ ท่ามกลางข้อจำกัด "ไม่มีน้ำทำนา" แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลคงต้องใช้ความพยายามมากขึ้น ในการทำความเข้าใจกับชาวนา

ผืนนา ที่ต้นข้าวกำลังออกรวงผืนนี้ อยู่ในอำเภอเสนา พระนครศรีอยุธยา จากการเติบโตของข้าว เจ้าของนาจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ต้องรอถึงเดือนธันวาคม 58 หมายความว่านับจากวันนี้ไปยังต้องการน้ำเพื่อล่อเลี้ยงต้นข้าวไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน

หนึ่งเดือน ที่ต้องการน้ำ ถือเป็นความเสี่ยงที่นายสำเริง ตรีโรจน์ เจ้าของนาแปลงนี้ต้องเผชิญ เพราะเขาตัดสินใจปลูกข้าวหลังเห็นว่ามีฝนตก แม้จะทราบดีว่าในช่วงนี้รัฐบาลประกาศให้งดทำนา พร้อมๆกับที่กรมชลประทานงดการจ่ายน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนมีไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตรแล้ว

นาของนายสำเริงผืนนี้ ทำอยู่ในช่วงปลายฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาวยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เพราะอากาศหนาว จะส่งผลต่อการเติบโตของข้าวที่กำลังปลูกเป็นอย่างมาก

นายสำเริง ตัดสินใจปลูกข้าว โดยหวังน้ำจากน้ำฝน แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศเกี่ยวกับภาวะภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการต่างๆ 8 ข้อ ที่รัฐบาลประกาศ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เขาได้เลย เพราะมาตรการที่เคยใช้มา ยังไม่เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

นาของนายสำเริง จากพระนครศรีอยุธยาแปลงนี้ เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายแปลง ที่ยังคงตัดสินใจทำนา ในช่วงที่รับรู้ว่า "เขื่อน ไม่ปล่อยน้ำ" เหตุผลหลักที่พวกเขาบอก คือ พวกเขาเป็นชาวนา และมาตรการที่ออกมา เป็นมาตรการ ที่ต้องการให้ชาวนา "ปรับทัศนคติ" ไปหารายได้ทางอื่น ในช่วง "ภัยแล้ง"

เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา ปล่อยน้ำน้อย เหลือน้ำใช้แค่ 18 %

ขณะที่เมื่อดูปริมาตรน้ำที่เหลือ แยกตามเขื่อน และสถานการณ์การปล่อยน้ำ ณ วันนี้ ซึ่งจะบอกได้ว่า แท้จริงแล้ว วิกฤติภัยแล้ง เริ่มขึ้นแล้ว

ตัวเลขที่สำคัญ คือ ตัวเลขการปล่อยน้ำ จากแต่ละเขื่อน แม้เราจะเห็นว่า สถานกาณณ์น้ำในเขื่อนดีขึ้นมาก จากช่วง 2-3 เดือนก่อนนี้ ปริมาตรน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนก็มากขึ้น มากกว่าน้ำที่ปล่อยออกมา

แต่ตัวเลขของน้ำที่ปล่อยออกมา บ่งบอกว่ากรมชลประทานกำลังระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาน้ำที่มีอยู่ให้ใช้ได้นานที่สุด

เขื่อนภูมิพล มีน้ำเหลือ 10 % ปล่อยน้ำเพียงวันละ 1 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนสิริกิติ์ ปล่อยวันละ เพียง 4.5 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนที่พิษณุโลก ปล่อยแค่ 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ด้านล่างของเขื่อนๆอื่น เหลือน้ำ 33 % แต่วันนี้ ไม่ปล่อยน้ำเลย

ตัวเลขทั้งหมดนี้ สะท้องวิกฤติอย่างแท้จริง และเป็นที่ชัดเจนว่า นับจากวันนี้ไปเราจะต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ "แล้ง" ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และมั่นใจได้เลยว่า มาตรการ "ประหยัดน้ำ" จะถูกกลับมาพูดถึงอีกครั้งภายในเดือนนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ