การจำลองเหตุการณ์เสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เพื่อหาข้อสรุปว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์จริงหรือไม่ เกิดขึ้นหลังตำรวจกองปราบได้ข้อมูลจากครอบครัวของนายชูวงษ์ ซึ่งมีภาพถ่ายที่เห็นร่องรอยเขียวช้ำคล้ายถูกบีบบริเวณลำคอ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในผลการชันสูตรศพครั้งแรกของนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ
ขณะที่ประเด็นปริศนาการโอนหุ้นไปให้กับบุคลลอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวของนายชูวงษ์ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงเกือบสามร้อยล้านบาท ก็เป็นจุดที่น่าสังเกตว่าการโอนหุ้นครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับสาเหตุการตายหรือไม่ ซึ่งล่าสุดทางชุดสืบสวนกองปราบได้สรุปสำนวนคดีการโอนหุ้นรวม 8 แฟ้มใหญ่ ส่งมอบให้ถึงมืออัยการแล้วเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.58) พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พริตตี้สาว โบรกเกอร์และมารดา รวม 4 ราย
โดยนายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ผู้พิจารณาสำนวนคดีนี้ เปิดเผยว่าการโอนหุ้นในครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับคดีการฉ้อโกงที่ผ่านๆมา ซึ่งปกติจะต้องพิจารณาว่าหากมีการปลอมลายเซ็นหรือเอกสารสิทธิใบโอนหุ้น จะต้องดูว่าวัตถุประสงค์ทำเพื่ออะไรและใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ พร้อมตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและคดีมีมูลค่าความเสียหายสูง แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะได้รับการประกันตัว แต่หากพบว่ามีการประพฤติตัวไม่เหมาะสม ก็สามารถยื่นเรื่องถอนประกันได้
ทั้งนี้หากผลวิเคราะห์จำลองอุบัติเหตุการเสียชีวิตได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว ก็อาจจะนำมาหาความเชื่อมโยงกับคดีการโอนหุ้นอีกครั้ง และอาจจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในรูปคดี ซึ่งทางตำรวจกองปราบอยู่ระหว่างพิสูจน์หลักฐานหาจุดเชื่อมโยงกับคดีนี้ และคาดว่าจะสามารถคลี่คลายคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำได้ในที่สุด