หลังจากเข้มข่าวค่ำ ตีแผ่ให้เห็นถึง สถานการณ์ปราบปรามยาเสพติดด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น จนเกิดปัญหาหนึ่งขึ้น คือ ภาวะนักโทษล้นเรือนจำ แต่คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดกลับสวนทางเพิ่มจำนวนขึ้น วันนี้เราทำให้เห็นรากของปัญหาที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง คือ วิธีคิดในการใช้บังคับใช้กฎหมายที่อาจเป็นต้นตอทำให้การประกาศสงครามยาเสพติดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาพลาดเป้า
แม้ซ้อมจริงจังได้ไม่นาน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะทำให้นักโทษกลุ่มนี้ เดินสวนสนามพร้อมเพรียงตามแบบฉบับกองทัพ
ทีมของนักโทษเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ชนะเลิศ แข่งขันสวนสนามเรือนจำในเขตกรุงเทพ และกำลังจะเป็นตัวแทนแข่งขันระดับชาติ ตามโครงการของ คสช.
ทั้งนักกีฬาและผู้ควบคุมการซ้อมเกือบร้อยชีวิตของนักโทษทีมนี้ มีทั้งอดีตตำรวจ ทหาร และนักศึกษาที่เคยผ่านหลักสูตร รด. ส่วนใหญ่ต้องโทษคดียาเสพติด นักโทษชายคนนี้ คือ หนึ่งในนั้น เขาระบุว่า ไม่ลังเลที่จะสมัครร่วมทีมสวนสนาม เพราะถือว่า เป็นช่องทางหนึ่ง ที่จะสามารถหล่นเวลาของการถูกจองจำให้สั้นลง หากสามารถนำทีมสัมผัสกับชัยชนะได้
นักโทษคนนี้ถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี 9 เดือน จากความผิดฐานเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดและมียาบ้า 20 เม็ด ยาไอซ์ 5 กรัมอยู่ในครอบครอง
เรือนจำพยายามนำต้นทุน คือ ความรู้ของนักโทษคนนี้มาช่วยงานทั่วไป สะสมคะแนนพฤติกรรม เพื่อให้ชีวิตในนี้ มีความหวังและเป็นปกติที่สุด เพราะจากประวัติการติดคุกมา 2 ครั้ง เขาไม่ต่างจากนักโทษที่นี่อีกจำนวนมาก คือ เสี่ยงค้ายาเพราะภาระครอบครัวที่บีบรัด และไม่ใช่ตัวการใหญ่จะต้องคุมขังให้นานที่สุด เพื่อลดปัญหายาเสพติด
ตลอดระยาเวลากว่า 10 ปีของประกาศสงครามยาเสพติด สามารถจำแนกบุคคลที่อยู่ในวงจรธุรกิจค้ายาออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้เสพ คนขนส่งหรือผู้ค้ารายย่อย และผู้ผลิตหรือผู้ค้ารายใหญ่
เกือบทั้งหมดของนักโทษคดียาเสพติดที่อยู่ในเรือนจำ คือ คนที่มีบทบาทใน 2 กลุ่มแรก แต่หลายคนต้องกลายสถานะเป็นผู้ค้ารายใหญ่ และเรือนจำต้องรองรับนักโทษกลุ่มนี้ที่ส่วนใหญ่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต เพราะบทลงโทษตามกฎหมายปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับจำนวนยามากกว่าบทบาทของผู้กระทำผิด
การใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในลักษณะเหมารวม ส่งผลให้นักโทษกลุ่มนี้ไหลเข้าสู่เรือนจำทั่วประเทศจนมีจำนวนนักโทษเกินศักยภาพความจุของเรือนจำ อยู่กว่าเท่าตัว ขณะที่ตัวเลขของจำนวนคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้ายาเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า สวนทางกับความพยายามในการปราบปราม