สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนีอาเม ประเทศไนเจอร์ เปิดเผยว่า เหตุความรุนแรงในประเทศไนเจอร์ระหว่างตำรวจและนักเรียนเพื่อประท้วงเรียกร้องการศึกษาที่ดีกว่านี้โดยการสร้างเงื่อนไขการประท้วงเหตุดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 7 ราย และมีผู้นำถูกจับกุม 79 ราย
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนีอาเม กล่าวอีกว่า มีหน่วยรักษาความปลอดภัยนานาชาติ 2 รายและตำรวจ 5 รายได้รับบาดเจ็บจากการขว้างปาหินของกลุ่มผู้ประท้วง และมี 1 คนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่โรงพยาบาลอีกด้วย
"มีผู้ประท้วง 79 รายถูกจับกุมขณะปะทะกัน ซึ่งมีตำรวจ 2 รายขับรถมารื้อถอน รวมถึงมีการจุดไฟเผาสำนักงานของเจ้าหน้าที่การสื่อสารของสถานทูตฝรั่งเศส และยังมีรถยนต์ 2คันของยูเอ็นที่ช่วยผู้ลี้ภัยถูกกลุ่มผู้ประท้วงทำลาย ทั้งนี้เราพบความต้องการของนักเรียนร้อยละ 90 ต้องการห้องเรียน 359 ห้องตามที่สัญญาไว้ ซึ่งขณะนี้เสร็จไปแล้ว 328 ห้อง"
ขณะที่ AFP รายงานว่ามีนักเรียนในระดับวิทยาลัย และนักเรียนมัธยมนับร้อยออกมาประท้วงในเมือง และปะทะกับตำรวจในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ผ่านมา
ผู้นำของสหภาพนักศึกษาโรงเรียนอาชีวศึกษา ประเทศไนเจอร์ กล่าวว่า ต้องการจำนวนครูและห้องเรียนให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน และการออกมาประท้วงในครั้งนี้เพื่อย้ำเตือนรัฐบาลนายNassirou Mounkaila ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นการประท้วงโดยสันติ แต่ตำรวจได้ตั้งข้อหาและยิงแก๊สน้ำตาใส่
ขณะที่ผู้ประท้วงต่อโดยการขว้างปาก้อนหินและเผายางอยู่บนท้องถนน จนทำให้การจราจรในเมืองหลวงของประเทศทางในตะวันตกเป็นอัมพาต
ด้านนาย Mounkaila กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่มีคนได้รับบาดเจ็บหลายรายเช่นเดียวกัน พร้อมเตือนผู้ที่ออกมาประท้วงให้ออกจากจากบริเวณดังกล่าว และจะจัดการผู้ประท้วงคนอื่นๆหากทำให้รู้สึกไม่พอใจ