เจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือลูกเรือประมงชาวเมียนมาร์ที่กลางทะเลอันดามัน โดยลูกเรือเหล่านี้แจ้งความประสงค์ต้องการขอความช่วยเหลือเพราะเมื่อกลับเข้าฝั่งหลังจากออกเรือจะถูกกักบริเวณอยู่กับกลุ่มชาวไทยที่มีพฤติกรรมคล้ายนายหน้า ที่ท่าเรือ ในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
จากการสืบสวนในทางลับเป็นระยะเวลาหลายเดือน พบพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่จัดหาลูกเรือให้กับเรือประมง และเปิดให้บริการร้านขายของชำ ที่พัก คาราโอเกะ และสถานบริการ โดยลูกเรือทั้งหมดจะต้องพักและใช้บริการของคนกลุ่มนี้เท่านั้น เพราะมีคนคอยติดตามบางคนถูกทำร้ายร่างกายถ้าพยายามหลบหนี หรือไปใช้บริการที่อื่น ทำให้ค่าแรงทั้งหมดจากการออกเรือ จะถูกคิดค่าบริการต่างๆจากนายหน้ากลุ่มนี้ และหมดลงอย่างรวดเร็วจนต้องรีบออกไปทำงานในเรือใหม่
ลูกเรือประมงที่ได้รับการช่วยเหลือ ถูกนำตัวมาจากเรือ โภคาสถาพร 6 โภคาสถาพร 19 โภคาสถาพร 34 และวนิชประมง รวม 12 คน ซึ่งก่อนนำตัวกลับ ลูกเรือทุกคนของเรือทุกลำ จะถูกสัมภาษณ์ถามความสมัครใจจากเหน้าที่ ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อรับตัวเฉพาะผู้ที่สมัครใจเท่านั้น
โดยลูกเรือหลายคนที่กลับล้วนเป็นคนที่มีข้อมูลแจ้งมาล่วงหน้าตรงกับข้อมูลขององค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยนชน และกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าเป็นผู้ร้องขอความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการถูกติดตาม คล้ายการกักขัง และทำร้ายร่างกายในระหว่างที่อาศัยอยู่กับนายหน้าที่อำเภอกันตัง แต่ยังยืนยันว่าได้รับค่าแรงจากเจ้าของเรือครบตามจำนวน
ที่น่าสนใจคือ ลูกเรือกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยแจ้งขอความช่วยเหลือ และมีปฏิบัติการไปเมื่อเดือนส.ค.2558 แต่ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เพราะมีบัตรถูกต้อง มีสัญญาจ้างงาน และภาพถ่ายระหว่างรับค่าจ้าง แม้จะพบว่าเงินถูกยึดและมีหนี้สูงกว่าความเป็นจริงก็ตาม เนื่องจากระหว่างการช่วยเหลือครั้งนั้นอยู่ต่อหน้านายจ้างและเจ้าหน้าที่ใช้ล่ามในท้องถิ่นที่ผู้ขอความช่วยเหลือระแวงว่าอาจเป็นคนของนายจ้าง จึงไม่ไว้ใจ และต่อมาลูกเรือกลุ่มนี้ ยังต้องกลับไปทำงานในรูปแบบเดิม จึงพยายามติดต่อขอความช่วยเหลืออีกทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งออกติดตาม โดยทำตามการสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี