ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตู้น้ำดื่มแบบหยอดเหรียญ ย่านประชาสงค์เคราะห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกสุ่มตรวจตามผลวิจัยของมูลนิธิผู้บริโภค ถูกติดตั้งตามริมทางเท้า มีรูรั่วส่งผลให้น้ำไหลนองตามพื้น ตัวเครื่องมีฝุ่นเกาะหนา เป็นสภาพที่ชี้ให้เห็นว่าขาดการดูแล แต่ยังมีผู้บริโภคใช้บริการกดน้ำอยู่ตามปกติ เพราะมีราคาถูก เฉลี่ยลิตรละ 1 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำดื่มที่จำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งราคาลิตรละ 6-10 บาท
นางมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการ องค์กรมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยงานวิจัยที่พบว่าตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่อาจส่งผลให้น้ำดื่มไม่เหมาะสมต่อการบริโภค ทั้งสถานที่ตั้งตู้อยู่ใกล้บริเวณที่มีฝุ่นมาก เช่น ริมทางเท้า ส่วนความสะอาดของเครื่อง พบว่า มีสนิมเกาะ มีรูรั่วที่ตู้ ไม่มีข้อมูลระบุถึงแหล่งที่มาของน้ำดิบ รวมทั้งต้องสังเกตข้อมูลการเปลี่ยนไส้กรอง ซึ่งจะต้องเปลี่ยนอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง แต่ที่ผ่านมามีข้อมูลเหล่านี้ระบุอยู่ที่ตู้
อย่างไรก็ตามผู้บริโภคสามารถตรวจสอบตู้กดน้ำได้จากสภาพภายนอก เลือกตู้ที่สะอาด ผ่านการทำความสะอาดตลอดเวลา โดยสังเกตกลิ่นและสีของน้ำ ไม่ให้มีความขุ่น และไม่มีกลิ่นเหม็น และต้องมีข้อมูลการเปลี่ยนไส้กรองระบุไว้ที่ตู้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ผู้บริโภคต้องเลือกใช้ภาชนะที่กดน้ำที่สะอาดและมีขนาดพอดีกับปริมาณน้ำที่กดด้วย เพื่อความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะของผู้บริโภค