วันที่ 3 พ.ย. 58 การเลือกตั้งครั้งประวัติศาตร์ของเมียนมาร์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย. 58 กำลังเป็นที่จับตามองในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการเปลี่ยนมือการคุมอำนาจรัฐบาล ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใต้การบริหารของรัฐบาลพลเรือนที่อยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 54 โดยในครั้งนี้รัฐบาลเมียนมาร์พยายามสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศด้วยการแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้จะดำเนินไปอย่างโปร่งใส และยุติธรรมที่สุด
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่าหากการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. 58 นี้เป็นไปอย่างราบรื่น และสถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น จะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหันมาให้ความสำคัญกับเมียนมาร์ในฐานะแหล่งลงทุนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในอาเซียน อีกทั้งในปัจจุบันเมียนมาร์ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือ GSP คืนจากสหภาพยุโรปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ค. 56 และมีโอกาสได้รับสิทธิ GSP คืนจากสหรัฐฯในอนาคตอันใกล้นี้ ภายหลังรัฐสภาของสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมาย Trade Preferences Extension Act of 2015
สิ่งเหล่านี้จะยิ่งสนับสนุนให้มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI หลั่งไหลเข้ามาในเมียนมาร์มากขึ้น และจะเป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ FDI ที่เข้ามาจะเป็นโครงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก เช่น พลังงาน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และเหมืองแร่
ทั้งนี้การเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของต่างชาติจะมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของเมียนมาร์ในอนาคต และส่งผลให้โครงสร้างการส่งออกของเมียนมาร์น่าจะมีการโยกย้ายไปสู่ sector ใหม่ๆ เช่น สินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น จากเดิมที่เน้นการส่งออกสินค้าขั้นต้นเป็นหลัก
ขณะที่ ประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาประเทศของเมียนมาร์ในด้านการส่งออกสินค้ามากขึ้น เช่น สินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์การสื่อสาร และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าไปขายในเมียนมาร์ ต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้าจากจีน ดังนั้น การพัฒนา และออกแบบให้สินค้ามีรูปแบบที่หลากหลาย เน้นคุณภาพ และมาตรฐานการผลิต โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศยังเป็นจุดเด่นของไทยที่สามารถแข่งขันได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างไม่ใช่แค่เพียงผลการเลือกตั้งที่จะออกมาว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องดูถึงท่าทีของรัฐบาลใหม่ในการรับมือกับข้อกล่าวหาโกงการเลือกตั้ง การเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย พรรคการเมือง และชาวมุสลิมในประเทศ เพื่อแสดงให้นักลงทุนเห็นว่าเมียนมาร์มีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด ในการเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในอาเซียน