พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2558 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการดำเนินคดีของผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าว
โดยคำสั่งดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานทั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว รวมไปถึงคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชนและอีกหลายส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น และป้องกันการถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
อย่างไรก็ตาม พล.ต.สรรเสริญ ย้ำว่าการใช้มาตรา 44 จะช่วยให้การระบายข้าวเร็วขึ้นทั้งข้าวดีและข้าวเสื่อมสภาพ รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการข้าวในสต็อกของรัฐบาล และช่วยให้ตลาดข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วได้ ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันว่าแม้จะมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ดังกล่าวออกมา แต่ทุกอย่างก็ต้องดำเนินการไปตามข้อกฎหมายและระเบียบขั้นตอนในการระบายข้าวด้วยความโปร่งใส ไม่ใช่การใช้อำนาจตามอำเภอใจ