ย้อนรอยการเมืองเมียนมาร์กว่าจะมาถึงเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ 8 พ.ย.2558

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดไทม์ไลน์การเมืองการปกครองประเทศเมียนมาร์ ตั้งแต่สมัยอาณานิคมของอังกฤษ – ปัจจุบัน ที่นานาชาติ รวมถึงสื่อต่างประเทศและสื่อไทยหลากหลายสำนักเฝ้าติดตามสถานสถานการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมียนมาร์ 8 พ.ย.58 กับ เลือกตั้ง...เปลี่ยนเมียนมาร์ โดยทีมข่าว New Media PPTV36



พ.ศ. 2367 -2428 : เกิดสงครามระหว่างอังกฤษ-พม่า ครั้งที่ 1 อังกฤษยึดดินแดนของพม่า ทำให้เสียกรุงมัณฑะเลย์ให้อังกฤษ แล้วได้ย้ายเมืองหลวงมายังกรุงย่างกุ้ง


พ.ศ. 2444: นักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งก่อตั้ง "ยุวพุทธสมาคม" เป็นจุดกำเนิดของขบวนการกู้ชาติพม่า หรือ YMBA


พ.ศ. 2484-2486: กลุ่ม 30 สหาย หรือตรีทศมิตร (BIA) ภายใต้การนำของนายอองซานร่วมกับกองทัพญี่ปุ่น ปลดปล่อยพม่าจากอังกฤษ ต่อมาญี่ปุ่นปกครองพม่าและรัฐฉาน และนายอองซานได้เป็นนายพล พร้อมขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม กระทั่งญี่ปุ่นให้เอกราชแก่พม่า


พ.ศ. 2488: อังกฤษกลับมายึดครองพม่าอีกครั้ง นายพลอองซานตั้งสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์ พร้อมตัดความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น


พ.ศ. 2490: อังกฤษลงนามคืนเอกราชให้พม่าในสนธิสัญญา "แอตลี่อองซาน" นายพลอองซานเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของ "สหภาพพม่า" ลงนามข้อตกลงที่เวียงปินหล่ง ยอมให้ชนกลุ่มน้อยในพม่าแยกตัวเป็นอิสระได้ ภายหลังรวมกับพม่าครบ 10 ปี


พ.ศ. 2490: เดือนกรกฎาคม นายพลอองซานถูกบุกยิงที่อาคารรัฐสภา เสียชีวิตจากฝีมือของอูซอ (อดีต 30 สหาย) ต่อมานายพลอองซาน ได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งเอกราชของพม่า"


พ.ศ. 2491: 4 มกราคม พม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษอย่างเป็นทางการ หลังถูกปกครองอยู่ถึง 63ปี โดยมีอูนุ (อดีต30สหาย) เป็นนายกรัฐมนตรีพลเรือนคนแรก


พ.ศ. 2500: อูนุประกาศปฏิเสธให้ชนกลุ่มน้อยแยกตัวเป็นอิสระตามข้อตกลงที่เวียงปินหล่ง จึงเกิดกบฏชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆตามแนวชายแดน


พ.ศ. 2505: นายพลเนวิน (1ในกลุ่ม 30 สหาย) ก่อรัฐประหาร ประกาศปกครองพม่าแบบเผด็จการสังคมนิยม ปิดประเทศเป็น "ฤาษีแห่งเอเชีย" งดติดต่อกับโลกภายนอก


พ.ศ. 2531: 8 สิงหาคม เกิดเหตุการณ์ "8.8.88" (วันที่ 8 เดือน 8 ค.ศ.1988) เมื่อทหารพม่าปราบปรามฆ่าประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยจนเกิดกลียุค มีผู้บาดเจ็บ ล้มตาย และถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก


พ.ศ. 2531: เดือนกันยายน รัฐบาลนายพลเนวินประกาศจัดตั้ง "สภาฟื้นฟูกฎระเบียบของชาติหรือสลอร์ค (SLORC) โดยสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย ขณะที่นางอองซาน ซูจีจัดตั้งพรรคสันนิบาตประชาธิปไตย หรือ NLD


พ.ศ. 2533: มีการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 30ปี พรรคของนางอองซานซูจีได้รับชัยชนะท่วมท้น แต่สภาสลอร์คไม่ยอมรับและไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน พร้อมสั่งกักบริเวณนางอองซานซูจีในบ้านของตนเอง


พ.ศ. 2534: เดือนกันยายน นางอองซานซูจีได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปรับรางวัล


พ.ศ. 2535: สลอร์คประกาศเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากพุทธสังคมนิยมมาเป็นกึ่งเสรีตามแนว ทุนนิยม เปิดประเทศต้อนรับนักลงทุน นักท่องเที่ยว และเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "พม่า" เป็น "เมียนมาร์"


พ.ศ. 2538: สลอร์คให้อิสรภาพแก่นางอองซานซูจี หลังจากกักบริเวณมาเป็นเวลาถึง 6 ปี และถูกกักบริเวณโดยปราศจากข้อกล่าวหาและความผิดอีกเป็นครั้งที่สอง เป็นเวลา 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ค.ศ.2000 และได้รับอิสรภาพ จากการกักบริเวณครั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2002


พ.ศ. 2539: สลอร์คประกาศให้เป็นปีท่องเที่ยวเมียนมาร์ถึงปี 2540 และเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน


พ.ศ. 2540: สลอร์คเปลี่ยนชื่อเป็น "สภาแห่งสันติภาพและการพัฒนาประเทศ" มีพล.อ.ตานฉ่วยเป็นประธานสภาฯ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนายกรัฐมนตรี


พ.ศ. 2551: 10 พฤษภาคม พล.อ.ตาน ฉ่วย ประกาศลงประชามติให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิรับร่างรัฐธรรมนูญ


พ.ศ. 2553: มีการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ภายใต้รัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 2553 โดยพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาได้รับชัยชนะ โดยมีพล.อ.เต็ง เส่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคได้รับฉันทามติ จากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศเมียนมาร์


พ.ศ.2558 : 8 พฤศจิกายน (วันนี้) รอผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคคู่แข่งที่เป็นดาวเด่นคือพรรค USDP ของประธานาธิบดีเต็งเส่ง และพรรค NLD ของนางอองซาน ซูจี โดยสื่อหลายสำนักวิเคราะห์ว่าพรรคของนางซูจีอาจจะชนะการเลือกตั้ง แต่ทว่าจะต้องมีการต่อรองกับพรรคกลุ่มชาติพันธ์ุต่างๆ เพื่อให้ได้เสียงข้างมาก ซึ่งจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ขณะที่นายพลเต็งเส่ง ยืนยันว่ารัฐบาลและกองทัพเมียนมาร์พร้อมเคารพและยอมรับผลการเลือกตั้งวันนี้


ขณะที่นายดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว PPTV36 โดยระบุคำนิยามระบอบการเมืองการปกครองเมียนมาร์ว่า เป็นประชาธิปไตยอำนาจนิยมกึ่งสหพันธ์ใต้เงาขุนศึกองครักษ์ เนื่องจากที่ผ่านมากการจัดการเลือกตั้งปี 2553 เหมือนเป็นการจัดฉาก แม้ว่าการเลือกตั้งปัจจุบันคณะผู้ปกครองจะยังยืนยันก็ตามว่า กกต.เมียนมาร์ก็ทำงานหนักมากขึ้น วัฒนธรรมของอำนาจชนชั้นปกครองเฉพาะพรรค USDP หรือทหารที่เข้ามาพัวพันธุ์การเมือง ทำการปรับโครงสร้างใหม่ กึ่งสหพันธ์รัฐ มีรัฐสภา-ครม.ประจำรัฐฉาน-ยะไข่ แต่วาระการประชุมก็น้อยมาก


โดย ทีมข่าว New Media PPTV36

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ