จากกรณีที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบคราบน้ำมันบริเวณเกาะไผ่ จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. 58 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปจัดการกับคราบน้ำมันดังกล่าว ขณะที่การเคลื่อนตัวของกลุ่มคราบน้ำมันก็ยังเคลื่อนตัวตามกระแสน้ำและคลื่นลมไปเรื่อยๆ
อ.สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับทีมข่าว "PPTV HD" ถึงกรณีคราบน้ำมันบริเวณอ่าวไทยว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 58 ภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA พบปื้นสีดำที่คาดว่าจะเป็นน้ำมัน ขนาดประมาน 3 ตร.กม. อยู่บริเวณอ่าวไทยห่างจากเกาะไผ่ จ.ชลบุรี ไปประมาน 16 กม. ซึ่งลักษณะปื้นสีดำที่เห็น ฝ่ายเทคนิกสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) อธิบายว่า ลักษณะการเคลื่อนตัวเป็นกลุ่มอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นคราบน้ำมัน
จากการพูดคุยกับชาวประมงพื้นบ้านที่นี่ให้ข้อมูลตรงกันว่าจุดที่เกิดอยู่ไกลจากชายฝั่งมาก ดังนั้นหากคราบเกิดจากเรือจะต้องเป็นเรือประมงขนาดใหญ่หรือไม่ก็เรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านมาบริเวณนั้น
ทั้งนี้การคาดการณ์ลักษณะการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมันไปจนถึงวันที่ 28 พ.ย. 58 คราบน้ำมันจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในลักษณะเส้นตรง จากจุดเดิมไปประมาน 20 กม. ซึ่งจากการวิเคราะห์ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนเข้าฝั่ง แต่การทิ้งคราบน้ำมันลอยตัวไว้แบบนี้โดยไม่มีการเร่งกำจัด อาจทำให้น้ำมันระหายกลายเป็นยางมะตอยได้ ซึ่งจะทำให้เก็บกวาดยากขึ้น
เรื่อง : ปรารถนา พรมพิทักษ์
PPTV PHOTO: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม