"ลูกไม้ไม่ไกลต้น" เมล็ดพันธ์ที่งอกงามจากพ่อสู่ลูก กับภารกิจต่อชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เป็นสุภาษิตโบราณที่ใช้เปรียบเปรยลักษณะนิสัย และการกระทำของลูกที่เหมือนกับพ่อแม่ โดยเฉพาะกับครอบครัว "ธวัชชัย สินธุมงคลชัย" พ่อ ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตผู้บาดเจ็บ และเจ็บป่วยฉุกเฉินมาเป็นเวลานาน ในตำแหน่งอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตผู้คนนี้ ทำให้ลูกๆ ของเขาได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของชีวิตที่ยิ่งใหญ่ และทำให้ลูกของเขาเป็นลูกไม้ที่หล่นและเติบโตอย่างงดงาม ภายใต้ต้นไม้ที่เขาได้หว่านเมล็ดพันธุ์ไว้



"ผมก็ทำได้ประมาณ 6 ปีแล้วนะครับ ตอนที่ทำผมไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแค่ว่าจะช่วยคนเจ็บให้รอดชีวิตได้มากที่สุดอย่างไรเท่านั้นเอง" ธวัชชัย สินธุมงคลชัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู วัย 43 ปี บอกเล่าความรู้สึกกับการทำงานอาสากู้ชีพให้กับเราฟัง ธวัชชัยบอกเล่าเพิ่มเติมอีกว่า แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะเข้ามาทำหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนั้น เขาและครอบครัวมีอาชีพค้าขาย โดยตั้งแผงขายส้มโออยู่บริเวณริมถนนราชชนนี สิ่งที่เขาและครอบครัวต้องพบเจอบ่อยครั้ง คืออุบัติที่เกิดขึ้นกับคนใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ แล้วเขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรคนเหล่านั้นได้เลย จึงทำให้เป็นที่มาของการขอเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อคอยช่วยเหลือผู้คนที่ประสบเหตุ



"พอเราเห็นคนจะตายตรงหน้าเรา แล้วเราช่วยไม่ได้มันเจ็บปวดนะครับ ผมเลยคิดว่าเราจะดูเฉยๆแบบนี้ไม่ได้ เพราะเวลาเกิดเหตุแต่ละครั้งพอโทรตามตำรวจก็จะมาช้ามาก วันนั้นโชคดีพี่ไทด์เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ เขามาซื้อของที่ร้านผมแล้วผมรู้ว่าเขาเป็นอาสาสมัครอยู่ที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ผมเลยขอเป็นอาสาสมัครจนได้มาช่วยคนจนถึงทุกวันนี้" ธวัชชัย ล่าถึงที่มาที่ไปในการทำงานของเขาเพิ่มเติมให้ฟัง สิ่งที่ทำให้ธวัชชัยโดดเด่นกว่าอาสาสมัครคนอื่นๆ คือบทบาทของ "พ่อ" ที่ได้กลายเป็นต้นแบบให้ลูก โดยทุกๆ วันที่ออกปฏิบัติงานอาสากู้ชีพ จะมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตามธวัชชัยเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยทุกครั้ง


ธวัชชัย บอกเล่าถึงลูกๆ ของเขาให้เราฟังว่า "ผมมีลูกสองคน เป็นผู้หญิงทั้งสองคนคือน้องหยกกับน้องมุก ครั้งแรกที่ผมออกไปช่วยคนเจ็บลูกๆ เขาก็อยากจะไปกับผมด้วย ผมก็เลยให้ไปด้วยกันให้เขาได้เห็นว่าเราทำอะไร พอลูกเราเห็นเราทำทุกๆวัน เขาก็ไม่กลัว โดยเฉพาะน้องมุกเขาชอบในการที่ได้ช่วยเหลือคนมาก ผมก็ดีใจที่เขาชอบทำอะไรแบบนี้ ผมไม่ได้บังคับลูกนะครับ แต่เขาชอบที่จะมาช่วยพ่อ ชอบที่จะมาช่วยผู้คนที่ประสบเหตุ ไม่ว่าจะเหตุเล็กเหตุใหญ่เราพ่อลูกก็ช่วยกันตลอด น้องมุกเขาเลิกเรียนเขาก็จะมาช่วยพ่อตลอด" ธวัชชัย กล่าวพร้อมร้อยยิ้ม



ทุกๆวัน เมื่อมีเวลาว่างธวัชชัยและลูกสาวจะออกไปช่วยคนเจ็บ โดยเมื่อได้รับการแจ้งเหตุสองพ่อลูกทำหน้าที่ช่วยเหลือคนทุกวัน จนเป็นที่ชินตาของผู้คนในบริเวณนั้น



"มีอยู่เคสหนึ่งน้องมุกเขามาช่วยผมเป็นอุบัติรถคว่ำ คนที่เราเข้าให้การช่วยเหลือมีกระดูกขาผิดรูป เราก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายเขาด้วยความระมัดระวัง ตลอดการส่งต่อผู้ป่วยน้องมุกกับผมก็จับมือผู้ป่วยตลอดเวลา และคอยพูดให้กำลังใจเขา เราคิดว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลมีคนโทรมาบอกเราว่าเขาเสียชีวิตแล้วเพราะกระดูกซี่โครงหักทิ่มปอดเขา เราก็เสียใจลูกก็เสียใจร้องไห้ เราก็บอกลูกว่าเราได้ทำเต็มที่แล้ว เราช่วยเหลือเขาได้เต็มที่ที่เราจะช่วยได้แล้ว น้องมุกก็พยักหน้าแบบเข้าใจ ผมและลูกก็จะได้เรียนรู้การมองโลก การใช้ชีวิตทุกวันที่ออกปฏิบัติงาน"



ปัจจุบันน้องมุก หรือ "กมลชนก สินธุมงคลชัย" ลูกสาวของธวัชชัยมีอายุครบ18 ปีบูรณ์และสานฝันของตนเองกับพ่อด้วยการสอบเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีสาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ได้สำเร็จ


น้องมุก เล่าถึงพ่อของเธอให้เราฟังอย่างภาคภูมิใจว่า "หนูภูมิใจในพ่อหนูมากเลยค่ะ พ่อเป็นทุกๆ อย่างของหนู เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งพ่อ พ่อไม่เคยบังคับให้เราทำอะไร ให้เราทำในสิ่งที่เราชอบและให้เราเป็นในสิ่งที่เราเป็น ทุกการเติบโตของหนูก็มีพ่อนี่แหละค่ะที่เป็นฮีโร่และเป็นต้นแบบให้กับหนู เวลาหนูออกไปช่วยคนเจ็บกับพ่อ หนูก็จะช่วยได้แค่ปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเท่านั้น หนูอยากช่วยให้ได้มากกว่านี้ อยากให้เขารอดชีวิตได้มากกว่า อยากสานต่องานที่หนูและพ่อได้ช่วยกันทำมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กให้เป็นรูปธรรมให้มากขึ้นให้ได้ การเลือกเรียนคณะนี้ของหนูนอกจากจะเป็นความต้องการในการช่วยเหลือผู้คนแล้ว ยังเป็นการเลือกเพื่ออยู่เคียงข้างและทำงานกับคุณพ่อซึ่งเป็นฮีโร่ของหนูไปตลอดชีวิตด้วยค่ะ" น้องมุกเล่าถึงความภูมิใจเกี่ยวกับพ่อให้เราฟังด้วยรอยยิ้ม



"ครอบครัวของคุณธวัชชัยเป็นครอบครัวตัวอย่าง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงพลังแห่งการทำความดี และพลังแห่งการเป็นต้นแบบที่ดีของพ่อให้กับลูก ซึ่งในระบบการให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 นั้นมีหลายครอบครัวเป็นฟันเฟืองที่ช่วยให้ระบบการช่วยเหลือผู้คนที่บาดเจ็บหรือป่วยฉุกเฉิน ให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที" นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ยกย่องให้ครอบครัวธวัชชัยเป็นตัวอย่างที่ดี ของการช่วยเหลือเพื่อรมนุษย์ในยามที่ประสบเหตุฉุกเฉิน



ปัจจุบันธวัชชัยยังคงออกช่วยเหลือคนเจ็บทุกวัน และเมื่อลูกสาวว่างเว้นจากการเรียนก็จะรีบออกไปช่วยพ่อทำงานทุกครั้ง ทั้งคู่บอกว่าจะทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆจะไม่หยุดพักจะทำงานจนกว่าจะหมดแรง ธวัชชัยบอกว่าเขาเชื่อในความดีที่เขาและลูกๆ ตั้งใจทำในการช่วยเหลือคน เขาบอกว่าครอบครัวของเขาอาจไม่ได้ดีไปกว่าครอบครัวไหนๆ แต่การที่ได้ทำ "ความดี" ต่างหากที่ทำให้เขาและลูกได้เห็นคุณค่าของตนเองจากการที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์



ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ.

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ