​"คอรัปชั่น" ปัญหาใหญ่ฉุดรั้งไทย !

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"คอรัปชั่น" ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบจากการโกงกินไม่เพียงทำให้ประเทศชาติ ต้องสูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันยังทำให้ประชาชน ได้รับบริการสาธารณะที่ไม่มีคุณภาพ ในภาพรวมจึงพูดได้ว่าปัญหาการคอรัปชั่น ถือเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศชาติ ที่ร้ายแรงที่สุด



สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาแม้คนส่วนใหญ่จะตระหนักถึงผลเสียจากการคอรัปชั่น โดยเสียงสะท้อนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่ยอมรับการโกงกินโดยเฉพาะในภาครัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศชาติโดยตรง แต่ในความเป็นจริงยังคงพบว่า ปัญหาการหักค่าหัวคิวหรือเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ ไม่ได้ลดน้อยลงตามกระแสสังคม ที่หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นทุจริต


ท่ามกลางโครงการและเคมเปญต่างๆ จากหน่วยงานรัฐ ที่เรียงรายออกมารณรงค์ให้คนในสังคม ตระหนักถึงผลเสียจากการทุจริต แต่จากผลการศึกษากลับพบข้อเท็จจริงที่สวนทางว่า "แต่ละปีพ่อค้าและนักธุรกิจกว่า 80% ต้องสูญเสียเงิน ให้กับการคอรัปชั่นสูงถึงเกือบ 3 แสนล้านบาท" ผลเสียที่ตามมา นอกจากจะทําให้ภาครัฐต้องจ่ายเงินงบประมาณสูงกว่าที่เป็นจริงแล้ว ในทางธุรกิจยังทําให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการไทยด้วย


จากการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ประจำปี 2557 โดยองค์กรโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ซึ่งมีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้คะแนน 38 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน รั้งอันดับที่ 85 จากทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก ถึงจะเป็นอันดับที่ดีขึ้นจากปี 2556 ที่ได้ 35 คะแนน และตกไปอยู่ในอันดับที่ 102 จากทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยมีการทุจริตคอรัปชั่นที่ลดน้อยลง


รายงานแนวโน้มการคอรัปชั่นในประเทศไทย (The Trend of Corruption in Thailand) โดยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สำหรับนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาคอรัชั่น ดังนี้ 1. ภาครัฐต้องมีมาตรการที่มุ่งกําจัดจุดอ่อนของระบบ โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งและคุณธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น วิธีการคัดเลือกและการพัฒนาเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องดําเนินการอย่างโปร่งใสและคัดคนตามความสามารถ การปรับเงินเดือนเจ้าหน้าที่รัฐให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้คนเก่งเข้ามาสมัครและอยู่ในอาชีพนี้ ได้อย่างพอเพียงโดยไม่ต้องคอรัปชั่น การเลื่อนตําแหน่งต้องมีวิธีประเมินผลและตรวจสอบอย่างเป็นกลาง


2. ต้องมีกฎหมายที่เอื้ออํานวย เช่น กําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ฐานะและรายได้ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกตั้งข้อสงสัย เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นร้องขอ รวมทั้งมีการร่วมมือขอข้อมูลจากต่างประเทศได้ด้วย ในกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐโยกย้ายเงินไปต่างประเทศ


3. ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาสังคม องค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ สหภาพแรงงาน สมาคมวิชาชีพ ฯลฯ ให้เป็นหูเป็นตา และเป็นกําลังสำคัญในการช่วยตรวจสอบให้ ข้อมูลและสนับสนุนการทํางานของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)


4. ภาครัฐต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลปัญหา คอรัปชั่นในภาพใหญ่ระดับชาติ และสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ซึ่งทําหน้าที่ดูแลคดีที่เกี่ยวพันกับการทุจริต หรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกิดขึ้นจากการกระทําของ ข้าราชการระดับผู้ปฏิบัติการ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


แม้ในทางปฏิบัติการลดปริมาณการทุจริตในประเทศไทย จะเป็นเรื่องที่มีความท้าทายสูงสำหรับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่การตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหานี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็ถือเป็นนิมิตรหมายและจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก่อนที่ไทยจะสามารถปรับลดอันดับคอรัปชั่นได้อย่างเป็นรูปธรรม.. ภาครัฐ ภาคเอกชน นักการเมือง และภาคประชาสังคม ต้องปรับจูนและทำความเข้าใจกันใหม่อีกครั้ง ว่าการนำถ้อยคำสวยหรูหรือวาทกรรมต่างๆ มาพูดว่าการทุจริตคอรัปชั่นและการโกงกินเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ได้ช่วยทำให้ประเทศชาติปลอดจากปัญหาเหล่านี้ ทว่าการกระทำต่างหากที่จะสามารถทำให้บ้านเมือง หลุดพ้นจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง !


Content: สุริยัน ปัญญาไว



วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ