ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า การขึ้นภาษียาสูบสามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้มากที่สุด บางครั้งภาษียาสูบจึงถูกเรียกว่าเป็นภาษีต่อต้านมะเร็ง (anticancer tax) สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันอัตราการสูบบุหรี่ของชายไทย ยังสูงถึง ร้อยละ 40 ในทุกวันจะมีชายไทยสูบบุหรี่กว่า 11 ล้านคนที่ และโดยเฉลี่ยสูบ 10 มวนต่อคนต่อวัน ซึ่งบุหรี่แต่ละมวนจะมีการสูดควัน 10 ครั้ง หมายถึงผู้สูบบุหรี่แต่ละคนจะมีการสูดสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายวันละ 100 ครั้ง ทำให้แต่ละปีมีคนไทยป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งจากการสูบบุหรี่สูงถึง 18,984 คน โดยเป็นมะเร็งปอด 11,740 คน และมะเร็งในอวัยวะอื่นๆ 7,244 คน
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (ภาพจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่)
ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็ง 70 ชนิด เมื่อสูบบุหรี่สารก่อมะเร็งจะถูกพาไปสัมผัสกับอวัยวะในร่างกาย ทำให้เกิดมะเร็งถึง 12 อวัยวะ ทั้งอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อมะเร็งโดยตรง เช่น ช่องปาก ลำคอและกล่องเสียง หลอดลมและปอด นอกจากนี้การกลืนสารก่อมะเร็งลงท้องจนขับออกทางอุจจาระ จะทำให้เกิดมะเร็งในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ ส่วนกรณีมะเร็งเม็ดเลือดขาว ตับ ตับอ่อน และปากมดลูก เกิดจากสารก่อมะเร็งไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ขณะที่มะเร็งไตและกระเพาะปัสสาวะ สัมผัสสารก่อมะเร็งที่ถูกขับออกทางปัสสาวะ ทั้งนี้โอกาสเกิดมะเร็งจากการสูบบุหรี่นั้น สัมพันธ์กับจำนวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน และระยะเวลาที่สูบบุหรี่ติดต่อกันด้วย