ต้นแบบโรงเรียนชาวดอย “สปีก อิงลิช” มาตรฐานอินเตอร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักเรียนมองหลักสูตรภาษาอังกฤษของไทย เน้นไวยากรณ์มากเกินไป !

 

ในยุคสมัยที่การสื่อสารเชื่อมถึงกันอย่างรวดเร็ว และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมเป็น “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ทำให้ภาษาอังกฤษทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สำหรับประเทศไทยปฏิเสธไม่ได้ว่า หลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษของเรานั้น ไม่สามารถส่งเสริมศัยกภาพผู้เรียนมี ให้พื้นฐานการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ได้ประสบความสำเร็จดั่งเช่นประเทศเพื่อนบ้าน                        

ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า ปัจจุบันตัวบ่งชี้มาตรฐานและคุณภาพการศึกษาของไทย นอกจากการพิจารณาทักษะด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นหลักแล้ว ขณะนี้ทักษะด้านภาษาอังกฤษถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ ที่วงการศึกษาไทยจำเป็นต้องช่วยกันพัฒนาทักษะผู้เรียน จากข้อมูลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) ปีล่าสุด พบว่าเด็กไทยได้คะแนนภาษาอังกฤษ เฉลี่ย 23.44 จากคะแนนเต็ม 100 ขณะที่ข้อมูลจาก EF English Proficiency index ในปี 2015 เปิดเผยว่า ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของเด็กไทย อยู่ลำดับที่ 62 ของโลก จัดอยู่ใน กลุ่ม Very Low Efficiency หรือระดับต่ำมาก ห่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ที่ได้ลำดับ 12 และมาเลเซียที่ได้อันดับ 14 ซึ่งทั้งสองประเทศจัดอยู่ในกลุ่มระดับสูง

  

“ในปี 2559 นี้เป็นปีที่การการศึกษาไทยกำลังก้าวสู่การปฏิรูปครั้งยิ่งใหญ่ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะมีแนวทางการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ผ่านการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถได้ฝึกทักษะทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นกุญแจสำคัญ ในการยกระดับผลสัมฤทธ์ด้านภาษาของเด็กไทย จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามที่ผ่านมานั้น สมศ. พบตัวอย่าง ความสำเร็จของโรงเรียนมัธยมป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ที่สามารถส่งเสริมด้านวิชาภาษาอังกฤษ ให้กับผู้เรียนชาวไทยภูเขาที่มาจากหลากหลายชาติพันธุ์ จนสามารถคว้ารางวัลระดับเขตมาได้มากมาย”

โรงเรียนมัธยมป่ากลาง ถือเป็นสถานศึกษาขนาดกลาง มีจำนวนบุคลากรทั้งหมด 36 คน และมีผู้เรียนรวมกว่า 600 คน บุคลากรและนักเรียนในสถานศึกษาแห่งนี้ มีชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ประกอบด้วย คนเมือง ม้ง ลั๊วะ เมี่ยน และไทลื้อ

ครูนิคม พลทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าถึงความสำเร็จในการพัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษ จนนักเรียนส่วนใหญ่กล้าที่จะสื่อสารได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังสามารถคว้ารางวัลระดับเขตการศึกษามาครอบครองได้อย่างมากมายว่า  ด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์จึงถือเป็นโจทย์ท้าทาย ของสถานศึกษาในการจะพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ประสบความสำเร็จ โดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นภาษาพื้นฐานในการสื่อสาร ที่ผ่านมาจึงมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านภาษาเป็นสำคัญ

โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งขณะนี้ถือภาษาสากล ด้วยการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษนอกเหนือจากในชั่วโมงเรียน เช่นการส่งเสริมให้ผู้เรียนฝึกสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษ หรือผู้เรียนกับอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเคยชินในการใช้ภาษา จนสามารถทำให้สามารถคว้ารางวัลวิชาการระดับเขตต่างๆ มาได้มากมาย อาทิ รางวัลรองชนะเลิศการแข่งขันการพูดภาษาอังกฤษแบบไม่ได้เตรียมมาก่อน (Impromptu Speech) และรองชนะเลิศการแข่งขันเล่านิทานภาษาอังกฤษ เป็นต้น

“การที่ผู้เรียนจะมีทักษะทางภาษาอังกฤษที่ดี ครูผู้สอนมีส่วนสำคัญอย่างมาก โรงเรียนจึงมีนโยบายพัฒนาความรู้วิชาภาษาอังกฤษให้กับครู ด้วยการส่งไปอบรมเพิ่มเติมให้เกิดความเชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถส่งต่อความความรู้และทักษะด้านภาษา ให้กับผู้เรียนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์”

ทีมนิวมีเดีย PPTV มีโอกาสได้คุยกับ นางสาวกาญจน์กนก พรคุณวิวัฒน์ หรือ “น้องกาญ” นักเรียนชั้น ม.6 ผู้ชื่นชอบวิชาภาษาอังกฤษ และสอบได้เกรด 4 ทุกเทอม เธอบอกว่า ชอบภาษาอังกฤษตั้งแต่สมัยเด็กๆ เพราะมีอักขระและการออกเสียงตรงกับภาษาม้งหลายคำ โดยเฉพาะภาษาเขียนส่วนใหญ่จะเขียนคล้ายกัน แตกต่างกันแค่การออกเสียงเท่านั้น เมื่อทางโรงเรียนปรับหลักสูตรการสอน เน้นการฟังและการพูดมากขึ้นยิ่งทำให้รู้สึกสนุก และสามารถต่อยอดการเรียนรู้ด้วยตนเองได้มากขึ้น สำหรับเคล็ดลับความเก่งคือการกล้าที่จะพูด ไม่ต้องกลัวผิดหรืออายว่าจะโดนเพื่อนล้อ เพราะถ้ายิ่งเราฝึกฝน สุดท้ายก็จะสามารถพูดได้เองโดยอัตโนมัติ

“ปกติหนูชอบเรียนภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เพราะมองว่าเป็นภาษาสำคัญที่ทุกคนทั่วโลกใช้สื่อสาร แต่ช่วงหลังทางโรงเรียนเน้นสอนภาษาอังกฤษ โดยเน้นการฝึกฟังฝึกพูดมากขึ้นทำให้หนูและเพื่อนๆ รู้สึกสนุกกับการเรียนในห้องเรียน ที่สำคัญครูยังเน้นอธิบายความรู้ ให้กับคนที่ไม่เข้าใจอย่างเป็นกันเอง ทำให้ทุกคนกล้าที่จะถามโดยไม่กลัวคุณครูดุ”

ไม่ต่างจาก นายเตชินท์ วราคมเดชา หรือ “เฉ่งฟ่าง” เด็กหนุ่มชั้น ม.6 ที่เรียนภาษาอังกฤษได้เกรด 3.5 - 4 ทุกเทอม เขาบอกว่าเริ่มแรกไม่ได้ชอบภาษาอังกฤษ แต่เมื่อปู่บอกว่าภาษาอังกฤษสำคัญมาก จึงเริ่มศึกษาด้วยตัวเองจากการอ่านหนังสือที่ปู่ให้ซึ่งอ่านสนุกกว่าตำราเรียนมาก สุดท้ายจึงชื่นชอบภาษาอังกฤษไปโดยไม่รู้ตัว และเมื่อได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนมัธยมป่ากลาง ยิ่งทำให้ชอบภาษาอังกฤษมากขึ้นไปอีก เพราะที่นี่ไม่ได้สอนแบบเน้นไวยากรณ์มากนัก แต่มีการจัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติให้นักเรียนได้ พูดคุยและใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารเป็นส่วนใหญ่

“ผมคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษให้ดี ต้องเน้นให้นักเรียนกล้าที่จะพูดอย่างไม่อาย ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิดหรือพูดถูก เพราะถ้าพูดผิดครูจะคอยบอกและสอนให้พูดได้ถูกต้อง แต่ตอนนี้หลักสูตรของไทยผมมองว่า เขาเน้นเชิงวิชาการและไวยกรณ์มากไป วิธีนี้ทำให้เกิดช่องว่างกับเด็กนักเรียน คือคนที่เรียนเก่งก็จะยิ่งเก่งมาก แต่สำหรับคนที่เรียนไม่เก่งก็จะไม่เข้าใจ จึงไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษในที่สุด”

 

 

                    

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ