นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมีนายชยัน เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วม ณ อาคารชลพิพัฒน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี
โดยที่ประชุมจะได้ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และการคาดการณ์ รวมถึงรับทราบสถานการณ์น้ำหลาก ดินโคลนถล่ม
พร้อมรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ อีกทั้งกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รวมถึงแนวทางการชี้แจงและประชาสัมพันธ์
ก่อนเริ่มการประชุม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากเหตุอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดน่าน จากรายงานระบุว่ามีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง สูงถึง 380 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและเข้าท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอเวียงสา อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม ซึ่งอำเภอปัวได้รับความเสียหายหนักที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ 60 หมู่บ้าน ประชาชนกว่า 8,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งล่าสุดระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงแล้ว โดยมวลน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่างที่อำเภอเวียงสา และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งประสานงานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด
รองนายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำ ถึงหลักการทำงานที่ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อบริหารจัดการน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมยังได้กำชับถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้มีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวอพยพและขนย้ายสิ่งของล่วงหน้าได้อย่างน้อย 1 วัน ซึ่งจะช่วยลดความเดือดร้อน และความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ ยังกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันการเผยแพร่ข่าวลวงหรือเฟกนิวส์ในพื้นที่ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ